ฟอกสีฟันอยู่ได้นานแค่ไหน

การมีฟันที่ขาวสว่างกระจ่างใสเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจได้อย่างมากในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการพบปะพูดคุยกับผู้คนหรือการยิ้มเพื่อถ่ายรูป แต่คำถามที่ทันตแพทย์มักจะได้รับอยู่เสมอหลังจากที่คนไข้ทำรายการฟอกสีฟันเสร็จสิ้นก็คือ ผลลัพธ์ที่ได้นี้จะคงอยู่ได้นานเพียงใด ซึ่งคำตอบของเรื่องนี้มีความหลากหลายและขึ้นอยู่กับปัจจัยประกอบหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อให้สามารถรักษาความขาวนั้นไว้ให้ได้นานที่สุด โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์จากการฟอกสีฟันจะคงอยู่ได้นานตั้งแต่หกเดือนไปจนถึงสองปี ระยะเวลาที่ค่อนข้างกว้างนี้เป็นเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลมีผลกระทบโดยตรงต่อชั้นเคลือบฟัน สารฟอกสีฟันจะเข้าไปทำงานในระดับโมเลกุลเพื่อขจัดคราบสีที่ฝังแน่นอยู่ในเนื้อฟันออกมา แต่หลังจากจบกระบวนการฟอกไปแล้ว ผิวฟันจะยังคงมีรูพรุนขนาดเล็กในช่วงแรกและพร้อมที่จะดูดซับสีจากสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปได้ตลอดเวลา เข้าใจกระบวนการเปลี่ยนสีของฟันหลังการฟอก หลังจากการฟอกสีฟันเสร็จสิ้นลง สารเคมีที่ทำหน้าที่ฟอกขาวจะหยุดปฏิกิริยา แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นไม่ใช่การเปลี่ยนสีฟันแบบถาวร ร่างกายของเรามีการสะสมคราบสีใหม่ๆ อยู่ทุกวันผ่านทางอาหาร เครื่องดื่ม และควันบุหรี่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะค่อยๆ ซึมลึกเข้าไปในชั้นเคลือบฟันอีกครั้งตามกาลเวลา หากไม่มีการดูแลที่เหมาะสม ความขาวที่เคยได้มาก็จะเริ่มลดลงและกลับไปสู่โทนสีธรรมชาติเดิมของคนไข้ก่อนที่จะรับการฟอก กระบวนการกลับมาเหลืองของฟันมักเริ่มจากคราบภายนอกที่เกาะติดอยู่บนผิวฟันก่อน หากเราทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ คราบเหล่านั้นจะเริ่มฝังลึกเข้าไปในโครงสร้างของฟัน ทำให้ฟันดูหม่นหมองลงเรื่อยๆ ความเข้าใจในจุดนี้จะช่วยให้คนไข้ไม่ละเลยการทำความสะอาดและเห็นความสำคัญของการป้องกันมากกว่าการรอให้ฟันเหลืองแล้วจึงค่อยกลับมาแก้ไขใหม่อีกครั้ง ระยะเวลาเฉลี่ยที่ฟันจะยังคงความขาวสว่าง สำหรับคนที่ดูแลสุขภาพช่องปากอย่างดีเยี่ยมและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ความขาวอาจคงอยู่ได้นานถึงสองปีหรือมากกว่านั้นเล็กน้อย ในทางตรงกันข้ามสำหรับผู้ที่ยังคงใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเลย อาจจะสังเกตเห็นว่าฟันเริ่มเปลี่ยนสีไปหลังจากผ่านไปเพียงสี่ถึงหกเดือนเท่านั้น สิ่งที่น่าสนใจคือสภาพฟันเดิมของแต่ละคนก็มีผลเช่นกัน คนที่มีเคลือบฟันหนาและแข็งแรงมักจะเก็บรักษาความขาวได้ดีกว่า ความแตกต่างของเทคโนโลยีที่ใช้ในการฟอกสีฟันก็ส่งผลต่อระยะเวลาความขาวด้วย การฟอกสีฟันที่คลินิกโดยผู้เชี่ยวชาญมักจะใช้ความเข้มข้นของน้ำยาที่สูงกว่าและมีการใช้แสงกระตุ้นที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ทำให้สีฟันขาวขึ้นได้หลายระดับในครั้งเดียวและส่งผลให้ความขาวนั้นคงอยู่ได้เสถียรกว่าการใช้ชุดฟอกสีฟันด้วยตนเองที่บ้านที่มีความเข้มข้นต่ำกว่า เหตุผลที่ทำให้ฟันกลับมาเหลืองเร็วเกินคาด มีหลายปัจจัยที่เป็นตัวเร่งให้ฟันกลับมามีสีหม่นหมองเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้มอย่างต่อเนื่อง สารกลุ่มโครโมเจนและแทนนินที่มีอยู่ในอาหารบางชนิดจะเข้าไปเกาะและเปลี่ยนสีเคลือบฟันได้ง่ายมาก นอกจากนี้การสูบบุหรี่ก็เป็นตัวการร้ายแรงที่ทำให้เกิดคราบเหลืองและคราบสีน้ำตาลที่กำจัดออกได้ยากมากเนื่องจากสารนิโคตินและน้ำมันทาร์ในบุหรี่ อีกปัจจัยหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือพันธุกรรมและอายุที่มากขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น ชั้นเคลือบฟันจะบางลงตามธรรมชาติ ทำให้เห็นชั้นเนื้อฟันด้านในที่เป็นสีเหลืองนวลได้ชัดเจนขึ้น กระบวนการนี้เกิดขึ้นกับทุกคนแต่จะเร็วหรือช้าต่างกันไป การใช้ยาสีฟันที่มีผงขัดหยาบมากเกินไปก็อาจไปทำลายเคลือบฟันและทำให้ฟันดูเหลืองขึ้นได้แทนที่จะขาวขึ้นอย่างที่ต้องการ วิธีรักษาฟันให้ขาวนานๆ ด้วยตัวเอง การเริ่มต้นรักษาความขาวสามารถทำได้ง่ายๆ จากที่บ้าน สิ่งแรกที่ควรทำคือการปรับปรุงวิธีการแปรงฟันให้ทั่วถึงและสม่ำเสมอ การแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้งควบคู่ไปกับการใช้ไหมขัดฟันจะช่วยขจัดคราบอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันซึ่งเป็นจุดที่สีมักจะสะสมเป็นอันดับแรก หากสามารถแปรงฟันหรือบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังจากรับประทานอาหารเสร็จได้ก็จะช่วยลดโอกาสที่คราบสีจะเกาะติดผิวฟันได้มาก […]
หลังถอนฟันควรปฏิบัติตัวอย่างไร

การถอนฟันเป็นขั้นตอนทางการแพทย์ที่มีผลกระทบต่อเนื้อเยื่อภายในช่องปากโดยตรง แม้จะเป็นหัตถการที่พบเห็นได้ทั่วไปแต่การดูแลแผลหลังจากนั้นถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เพราะหากดูแลไม่ถูกวิธีอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การเข้าใจถึงกลไกการสมานแผลของร่างกายจะช่วยให้เราปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง เพื่อลดความเจ็บปวดและช่วยให้เนื้อเยื่อกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด หัวใจสำคัญของการดูแลแผลหลังการถอนฟันคือการรักษาลิ่มเลือดที่ก่อตัวขึ้นภายในเบ้าฟัน ลิ่มเลือดนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันตามธรรมชาติที่ปิดทับกระดูกและเส้นประสาทที่อยู่ด้านล่าง หากลิ่มเลือดหลุดออกไปหรือสลายตัวก่อนเวลาจะทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า เบ้าฟันแห้ง ซึ่งส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงและแผลหายช้ากว่าปกติมาก ดังนั้นทุกขั้นตอนในการดูแลตัวเองจึงต้องคำนึงถึงการรักษาความเสถียรของลิ่มเลือดนี้เป็นอันดับแรก ขั้นตอนการดูแลแผลเบื้องต้นหลังการถอนฟัน ทันทีที่ทันตแพทย์ทำการถอนฟันเสร็จสิ้นและใส่ผ้าก๊อซไว้ที่ตำแหน่งแผล สิ่งที่ต้องทำคือการกัดผ้าก๊อซให้แน่นพอดีเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง การให้แรงกดที่สม่ำเสมอจะช่วยส่งเสริมให้เลือดหยุดไหลและกระตุ้นการสร้างลิ่มเลือดได้ดี ในระหว่างนี้ห้ามบ้วนน้ำลายหรือเลือดออกมาบ่อยๆ เพราะแรงดูดจากการบ้วนจะทำให้ลิ่มเลือดหลุดออกไป ควรกลืนน้ำลายและเลือดลงไปตามปกติเพื่อรักษาความดันภายในช่องปากให้คงที่ หากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้วเลือดยังไหลออกมาในปริมาณมากจนรู้สึกได้ ให้เปลี่ยนผ้าก๊อซใหม่ที่สะอาดและกัดต่ออีกประมาณสามสิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมง การเปลี่ยนผ้าก๊อซบ่อยเกินไปโดยไม่จำเป็นอาจทำให้แผลถูกรบกวนจนเลือดไม่หยุดไหลเสียที สิ่งที่ต้องระวังคือห้ามใช้ลิ้นหรือนิ้วไปเขี่ยบริเวณแผล เพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือทำให้แผลเปิดซ้ำได้ ข้อควรระวังหลังถอนฟันที่ต้องเคร่งครัด ในช่วงยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกมีข้อควรระวังหลังถอนฟันหลายประการที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้แผลอักเสบ การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่างจะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมาก โดยเฉพาะการงดใช้หลอดดูดน้ำ เนื่องจากแรงดูดจากหลอดจะสร้างแรงดันลบในปากที่รุนแรงพอจะดึงเอาลิ่มเลือดออกจากเบ้าฟันได้โดยง่าย ควรใช้วิธีจิบน้ำจากแก้วโดยตรงแทน นอกจากการงดใช้หลอดแล้ว การหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน สารเคมีในบุหรี่จะไปขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนในกระแสเลือดซึ่งจำเป็นต่อการสมานแผล ส่วนแอลกอฮอล์จะทำให้เลือดสูบฉีดแรงขึ้นจนอาจทำให้เลือดไหลไม่หยุด รวมถึงอาจทำปฏิกิริยากับยาแก้ปวดที่ทันตแพทย์จ่ายให้ การพักผ่อนให้เพียงพอและงดกิจกรรมที่ต้องออกแรงหนักหรือออกกำลังกายในช่วงสองวันแรกจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น อาหารที่ควรทานหลังถอนฟันเพื่อสารอาหารที่เพียงพอ การเลือกรับประทานอาหารเป็นสิ่งที่หลายคนกังวล อาหารที่ควรทานหลังถอนฟันควรมีลักษณะอ่อน นิ่ม และไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวมากนัก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เศษอาหารเข้าไปติดในแผลหรือไปกระทบกระแทกบริเวณที่อักเสบ ในช่วงสองถึงสามวันแรกแนะนำให้รับประทานอาหารที่เย็นหรือมีอุณหภูมิห้อง เนื่องจากความร้อนจะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและอาจกระตุ้นให้เลือดไหลซึมออกมาได้อีกครั้ง เมนูอาหารที่แนะนำได้แก่ โจ๊กหรือข้าวต้มที่ต้มจนเปื่อยและทิ้งให้เย็นลง ไข่ตุ๋นหรือไข่ลวกที่มีเนื้อนุ่ม เต้าหู้ขาวในน้ำซุปที่ไม่ปรุงรสจัด โยเกิร์ตหรือพุดดิ้งที่ไม่มีเนื้อผลไม้แข็งๆ ผลไม้นิ่มๆ เช่น กล้วยบดหรือมะละกอสุก สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงคืออาหารที่มีรสเผ็ดร้อน อาหารรสเปรี้ยวจัด อาหารที่มีความแข็งหรือกรอบ เช่น […]
อาหารที่ทำให้ฟันผุโดยไม่รู้ตัว

การมีสุขภาพฟันที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการแปรงฟันที่ถูกวิธีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเลือกรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันด้วย หลายคนอาจจะคิดว่าความเสี่ยงของฟันผุมาจากขนมหวานหรือน้ำตาลเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงยังมีอาหารอีกหลายประเภทที่ดูเหมือนจะไม่มีอันตราย แต่อาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฟันของคุณเสียหายได้โดยที่ไม่รู้ตัว การเข้าใจถึงกลไกที่อาหารส่งผลกระทบต่อฟันจะช่วยให้เราสามารถป้องกันปัญหาฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีลักษณะเหนียวติดฟัน อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูง หรือแม้แต่อาหารประเภทแป้งที่สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ง่าย สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อเคลือบฟันและกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียในช่องปาก น้ำตาลไม่ใช่ศัตรูเดียวของฟัน เมื่อเราพูดถึงเรื่องฟันผุ สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงคือน้ำตาล แม้ว่าน้ำตาลจะเป็นสาเหตุหลักจริง แต่กระบวนการเกิดฟันผุนั้นมีความซับซ้อนมากกว่านั้น แบคทีเรียในปากจะกินน้ำตาลและแป้งแล้วขับกรดออกมาทำลายแร่ธาตุบนผิวฟัน ดังนั้นอาหารที่มีแป้งสูงหรืออาหารที่มีรสเปรี้ยวจัดก็มีความน่ากังวลไม่แพ้กัน นอกจากนี้ ระยะเวลาที่อาหารค้างอยู่ในปากก็เป็นปัจจัยสำคัญ อาหารที่เหนียวติดฟันนานๆ จะทำให้แบคทีเรียมีเวลาในการผลิตกรดออกมามากขึ้น ส่งผลให้เคลือบฟันถูกทำลายอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าการกินอาหารที่กลืนหายไปได้เร็ว นี่คือเหตุผลว่าทำไมอาหารบางอย่างที่ดูเหมือนจะสุขภาพดีกลับส่งผลเสียต่อฟันได้อย่างคาดไม่ถึง กลุ่มอาหารที่ทำให้ฟันผุโดยไม่รู้ตัว หากต้องการรักษาฟันให้แข็งแรง การรู้จักหน้าตาของอาหารที่แฝงความเสี่ยงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก ต่อไปนี้คือกลุ่มอาหารที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันผุ ผลไม้อบแห้งและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ผลไม้อบแห้งอย่างลูกเกด อินทผลัม หรือมะม่วงอบแห้ง มักถูกมองว่าเป็นขนมขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย แต่สำหรับสุขภาพฟันแล้ว ผลไม้อบแห้งมีความน่ากังวลสูงเนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลที่เข้มข้นและมีลักษณะที่เหนียวมาก เมื่อเคี้ยวเข้าไปแล้วเศษผลไม้เหล่านี้จะติดอยู่ตามร่องฟันและซอกฟันได้ง่าย ทำให้แบคทีเรียทำงานได้ตลอดทั้งวัน ในขณะเดียวกัน ผลไม้สดที่มีรสเปรี้ยวจัด เช่น มะนาว ส้ม หรือสับปะรด แม้จะมีวิตามินสูง แต่ก็มีกรดซิตริกที่สามารถกัดกร่อนเคลือบฟันได้โดยตรง หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปหรือรับประทานบ่อยๆ ผิวฟันจะเริ่มบางลง ทำให้เกิดอาการเสียวฟันและนำไปสู่ฟันผุได้ง่ายขึ้นในที่สุด อาหารประเภทแป้งขัดขาว อาหารประเภทขนมปังขาว แครกเกอร์ หรือมันฝรั่งทอด เป็นสิ่งที่หลายคนไม่คาดคิดว่าจะมีผลต่อฟันผุเท่ากับลูกอม เมื่อเราเคี้ยวอาหารประเภทแป้ง เอนไซม์ในน้ำลายจะเปลี่ยนแป้งเหล่านั้นให้กลายเป็นน้ำตาลอย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่ากลัวคือเศษแป้งเหล่านี้มักจะกลายเป็นคราบเหนียวๆ […]