การมีรอยยิ้มที่มั่นใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปหน้าหรือริมฝีปากเพียงอย่างเดียว แต่สีของฟันคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในแต่ละวันเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่ทิ้งคราบสีไว้บนผิวฟัน ไม่ว่าจะเป็นกาแฟแก้วโปรดในตอนเช้า ชาร้อนๆ ตอนบ่าย หรือแม้แต่แกงเผ็ดที่มีส่วนผสมของขมิ้นและสีผสมอาหาร สิ่งเหล่านี้สะสมไปเรื่อยๆ จนทำให้ฟันแท้ที่เคยขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือดูหมองคล้ำลง การแปรงฟันตามปกติมักไม่สามารถขจัดคราบที่ฝังลึกเข้าไปในเนื้อฟันได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเทคโนโลยีการฟอกสีฟันถึงได้รับความนิยมอย่างมาก และหนึ่งในวิธีที่คนพูดถึงกันเยอะที่สุดเพราะความคุ้มค่าและความรวดเร็วก็คือการฟอกสีฟัน cool light
การฟอกสีฟันระบบ Cool Light เป็นนวัตกรรมที่เข้ามาตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและปลอดภัย โดยไม่ต้องทนเจ็บหรือเสียวฟันนานๆ เหมือนเทคโนโลยีสมัยก่อน ความพิเศษของระบบนี้คือการใช้แสงสีน้ำเงินที่มีความเข้มข้นสูงแต่มีความร้อนต่ำมาเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของน้ำยาฟอกสีฟัน ทำให้เราสามารถเปลี่ยนสีฟันให้ขาวขึ้นได้หลายระดับภายในการเข้าพบหมอฟันเพียงครั้งเดียว บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกว่าระบบแสงเย็นนี้ทำงานอย่างไร ดีกว่าวิธีอื่นตรงไหน และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ขาวสวยถูกใจที่สุด
ฟอกสีฟัน Cool Light คืออะไร ทำงานอย่างไร
เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด การฟอกสีฟัน cool light คือการใช้แสง LED สีน้ำเงินเย็น (Cold Light) มาทำปฏิกิริยากับเจลฟอกสีฟันที่มีสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เป็นส่วนประกอบหลัก เมื่อแสงเย็นสัมผัสกับเจล สารฟอกสีจะแตกตัวและซึมลึกเข้าไปในเนื้อฟันเพื่อสลายพันธะของเม็ดสีที่สะสมอยู่ให้เล็กลงและจางหายไป ผลที่ได้คือฟันจะขาวขึ้นจากภายในสู่ภายนอกโดยที่โครงสร้างของฟันยังคงแข็งแรงเหมือนเดิม
ความแตกต่างที่สำคัญของ Cool Light คือความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการนั้นน้อยมาก เมื่อเทียบกับระบบฟอกสีฟันแบบเก่าที่ใช้ความร้อนสูง แสงเย็นจะไม่ไปรบกวนเส้นประสาทฟันมากจนเกินไป ทำให้คนไข้รู้สึกสบายตัวมากกว่าในระหว่างที่ทำ การที่ระบบนี้สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ดีจึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนที่เคยกลัวการฟอกสีฟันเพราะอาการเสียวฟันหันมาเลือกใช้บริการนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ข้อดีของการฟอกสีฟันระบบแสงเย็นที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ทำไมต้องเลือกฟอกสีฟันระบบ Cool Light แทนที่จะซื้อชุดฟอกสีฟันไปทำเองที่บ้านหรือเลือกวิธีอื่น นั่นเป็นเพราะข้อดีหลายประการที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพและความสะดวก
-
เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำเสร็จ ฟันสามารถขาวขึ้นได้ตั้งแต่ 3 ถึง 8 ระดับ ขึ้นอยู่กับสภาพฟันเริ่มต้นของแต่ละคน
-
ใช้เวลาน้อยมาก โดยปกติกระบวนการทั้งหมดในคลินิกจะใช้เวลาประมาณ 45 ถึง 60 นาทีเท่านั้น เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อย
-
อาการเสียวฟันน้อยกว่าระบบอื่น เพราะความร้อนต่ำทำให้การระคายเคืองต่อโพรงประสาทฟันลดลงอย่างมาก
-
ปลอดภัยสูงเนื่องจากอยู่ภายใต้การดูแลของหมอฟันตลอดเวลา มีการป้องกันเหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนอย่างรัดกุม
-
ราคาเข้าถึงง่าย เมื่อเทียบกับระบบพรีเมียมอย่าง Zoom หรือเลเซอร์ แต่ให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจไม่แพ้กัน
การเลือกฟอกสีฟันที่คลินิกยังช่วยให้คุณได้รับการตรวจสภาพช่องปากเบื้องต้น หมอฟันจะช่วยประเมินว่าคุณมีฟันผุหรือเหงือกอักเสบที่ต้องรักษาก่อนไหม เพื่อให้การฟอกสีฟันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงตามมาในภายหลัง

ฟอกสีฟัน cool light กับ zoom ต่างกันยังไง แบบไหนดีกว่ากัน
คำถามยอดฮิตที่คนไข้มักจะถามคุณหมอก่อนทำคือ ฟอกสีฟัน cool light กับ zoom ต่างกันยังไง สรุปให้เข้าใจง่ายคือความแตกต่างอยู่ที่ “แหล่งกำเนิดแสง” และ “ความเข้มข้นของน้ำยา” ระบบ Zoom จะใช้แสงที่มีพลังงานสูงกว่ามากและน้ำยาที่มีความเข้มข้นสูงกว่า ทำให้สามารถฟันขาวขึ้นได้ในระดับที่ลึกกว่าและคงความขาวได้นานกว่าเล็กน้อย แต่ราคาของระบบ Zoom ก็จะสูงกว่าระบบ Cool Light ประมาณ 2 ถึง 3 เท่า
ในขณะที่ Cool Light ใช้แสง LED ที่มีความอ่อนโยนกว่า แม้ความขาวอาจจะไม่พุ่งพรวดเท่าระบบ Zoom ในบางเคสที่ฟันเหลืองจัดๆ แต่สำหรับคนทั่วไปที่ต้องการให้ฟันขาวสะอาดดูเป็นธรรมชาติและต้องการประหยัดงบประมาณ Cool Light คือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด หากคุณไม่ได้มีคราบฝังลึกระดับที่เกิดจากยาปฏิชีวนะหรือฟันตกกระรุนแรง การใช้ Cool Light ก็เพียงพอที่จะทำให้รอยยิ้มของคุณดูสว่างสดใสขึ้นจนคนรอบข้างทักได้อย่างแน่นอน
ขั้นตอนการฟอกสีฟัน Cool Light ที่คลินิกแบบทีละขั้นตอน
การเตรียมตัวมาฟอกสีฟันที่คลินิกนั้นง่ายมาก และขั้นตอนการทำงานของหมอก็มีความเป็นมืออาชีพเพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ผ่อนคลายที่สุด
-
การตรวจเช็กและเทียบสีฟัน หมอจะทำการขูดหินปูนและขัดคราบออกก่อนเพื่อให้เจลฟอกสีฟันสัมผัสกับผิวฟันได้เต็มที่ จากนั้นจะเทียบเฉดสีฟันปัจจุบันไว้เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงหลังทำ
-
การใส่เครื่องมือป้องกัน หมอจะใส่ที่ถ่างปากเพื่อแยกริมฝีปากและกระพุ้งแก้มออก จากนั้นจะทาเจลป้องกันเหงือก (Gum Barrier) และฉายแสงให้เจลแข็งตัวเพื่อกันไม่ให้น้ำยาฟอกสีโดนเหงือก
-
การลงเจลฟอกสีฟัน หมอจะทาเจลฟอกสีฟันลงบนผิวฟันหน้าอย่างสม่ำเสมอทั้งฟันบนและฟันล่าง
-
การฉายแสง Cool Light หมอจะนำโคมไฟแสงเย็นมาส่องที่ฟันเพื่อกระตุ้นน้ำยา โดยปกติจะแบ่งเป็นรอบๆ รอบละประมาณ 15 นาที จำนวน 2 ถึง 3 รอบ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของสีฟัน
-
การทำความสะอาดและสรุปผล เมื่อครบตามกำหนด หมอจะดูดเจลออก ล้างปากให้สะอาด และเทียบสีฟันอีกครั้งเพื่อให้คุณเห็นความต่างที่เกิดขึ้นทันที
ระหว่างการฉายแสงคุณสามารถนอนฟังเพลงหรือพักสายตาได้แบบชิลๆ หากรู้สึกเสียวฟันหรือระคายเคืองตรงไหนก็สามารถส่งสัญญาณบอกคุณหมอให้ปรับระดับหรือตรวจสอบได้ตลอดเวลา

ฟอกสีฟัน ราคาเท่าไหร่
เรื่องของงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเลือก Cool Light หากถามว่า ฟอกสีฟัน ราคาเท่าไหร่ ในปัจจุบันราคาสำหรับการฟอกสีฟันระบบแสงเย็นที่คลินิกมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ถึง 6,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่รวมค่าบริการและอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว บางคลินิกอาจมีโปรโมชั่นแพ็กเกจคู่กับการขูดหินปูนซึ่งจะยิ่งเพิ่มความคุ้มค่าเข้าไปอีก
เมื่อเปรียบเทียบกับราคาของระบบ Zoom ที่เริ่มต้นประมาณ 10,000 ถึง 15,000 บาท จะเห็นว่า Cool Light ช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มาก โดยที่ยังได้ฟันขาวสวยที่เห็นผลชัดเจนเหมือนกัน การเลือกฟอกสีฟันในราคานี้ถือเป็นการลงทุนเพื่อรอยยิ้มที่คุ้มค่ามาก เพราะถ้าคุณดูแลดีๆ ผลลัพธ์นี้จะอยู่กับคุณไปได้นานเป็นปีเลยทีเดียว
ปัญหาโลกแตก ฟอกสีฟัน เสียวฟันไหม และมีวิธีแก้ยังไง
ความกังวลใจอันดับหนึ่งที่ทำให้คนไม่กล้าฟอกสีฟันคือเรื่องความเสียวฟัน ฟอกสีฟัน เสียวฟันไหม คำตอบคือมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคนแต่ในระดับที่ต่างกัน อาการเสียวฟันเกิดจากการที่น้ำยาเข้าไปทำปฏิกิริยากับเม็ดสีในท่อเนื้อฟัน ทำให้เส้นประสาทได้รับการกระตุ้นชั่วคราว แต่ข่าวดีคือระบบ Cool Light ออกแบบมาให้มีความร้อนต่ำที่สุดทำให้อาการเสียวฟันน้อยกว่าวิธีอื่นมาก
อาการเสียวฟันมักจะเป็นเพียงชั่วคราวและจะหายไปเองภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังทำ หมอมักจะแนะนำให้ใช้ยาสีฟันสูตรลดอาการเสียวฟันก่อนมาฟอกสีฟันประมาณ 1 สัปดาห์ และหลังทำเสร็จหมอก็จะมีการทาสารลดอาการเสียวฟัน (Desensitizer) ให้ด้วย หากคุณเป็นคนที่ฟันบางหรือเสียวฟันง่ายอยู่แล้ว ควรแจ้งคุณหมอตั้งแต่ตอนตรวจเพื่อปรับลดความเข้มข้นของน้ำยาหรือลดเวลาในการฉายแสงลงเพื่อให้คุณได้รับความสบายใจที่สุด
วิธีดูแลหลังฟอกสีฟัน ให้ขาวนานและคงทนมากที่สุด
ฟันที่ขาวขึ้นแล้วก็สามารถกลับมาเหลืองได้อีกหากเราไม่รู้จักวิธีดูแลที่ถูกต้อง วิธีดูแลหลังฟอกสีฟันที่สำคัญที่สุดคือช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรก เพราะเป็นช่วงที่ผิวฟันยังคงมีความไวและรูพรุนของฟันยังเปิดอยู่ ทำให้สีจากอาหารซึมซับเข้าไปได้ง่ายเป็นพิเศษ
-
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีสีจัด เช่น ชา กาแฟ ไวน์แดง และน้ำอัดลมที่มีสีเข้ม หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้ใช้หลอดดูดเพื่อลดการสัมผัสกับฟันหน้า
-
เลี่ยงอาหารที่มีสีเข้มหรือมีฤทธิ์เป็นกรด เช่น แกงส้ม แกงเขียวหวาน ซอสมะเขือเทศ หรือผลไม้ตระกูลส้ม
-
งดการสูบบุหรี่ในช่วงแรก เพราะควันบุหรี่จะทำให้ฟันกลับมาเหลืองได้เร็วมากและเป็นคราบฝังลึกที่กำจัดยาก
-
แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้มีเศษอาหารสะสมจนเกิดคราบใหม่
-
ใช้ยาสีฟันสูตรที่ช่วยรักษาความขาว (Whitening Toothpaste) สัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้งเพื่อคงสภาพสีฟัน
การกลับมาตรวจสุขภาพฟันและขูดหินปูนทุกๆ 6 เดือนจะช่วยให้ฟันของคุณดูสะอาดและรักษาความขาวไว้ได้ยาวนานที่สุด บางคนอาจจะเลือกทำชุดฟอกสีฟันที่บ้าน (Home Bleaching) ควบคู่ไปด้วยเพื่อช่วยเติมความขาวเป็นระยะๆ ซึ่งจะช่วยให้รอยยิ้มขาวสวยอยู่กับคุณไปได้นานหลายปี
ใครบ้างที่ไม่ควรฟอกสีฟันหรือควรปรึกษาหมอก่อน
แม้การฟอกสีฟันระบบ Cool Light จะปลอดภัยแต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรพิจารณาให้ดีก่อนทำ เช่น ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีที่โครงสร้างฟันและโพรงประสาทฟันยังเติบโตไม่เต็มที่ รวมถึงคนที่มีปัญหาฟันผุรุนแรงหรือโรคเหงือกอักเสบที่ยังไม่ได้รับการรักษา
คนที่มีงานทันตกรรมในฟันหน้า เช่น การอุดฟันซี่ใหญ่ การทำครอบฟัน หรือวีเนียร์ ต้องเข้าใจก่อนว่าน้ำยาฟอกสีฟันจะไม่สามารถเปลี่ยนสีของวัสดุเหล่านี้ได้ หากคุณฟอกสีฟันจนขาวขึ้น วัสดุอุดเดิมอาจจะดูคล้ำกว่าฟันจริงจนเห็นได้ชัด ซึ่งกรณีนี้อาจจะต้องมีการเปลี่ยนวัสดุอุดหรือครอบฟันใหม่หลังจากการฟอกสีฟันเพื่อให้สีดูเนียนสวยสม่ำเสมอกันทั้งปาก
ยกระดับรอยยิ้มของคุณให้ขาวสวยที่ Beyond Smile Dental Clinic
หากคุณกำลังมองหาสถานที่ฟอกสีฟันที่ได้มาตรฐาน เดินทางสะดวก และใส่ใจในทุกรายละเอียด เราขอแนะนำบริการจาก Beyond Smile Dental Clinic ที่นี่เราใช้เทคโนโลยีฟอกสีฟัน cool light ที่ทันสมัยที่สุด พร้อมด้วยทีมทันตแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมจะประเมินสภาพฟันและให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ เราเน้นการดูแลที่นุ่มนวลเพื่อให้คนไข้ได้รับความผ่อนคลายและลดอาการเสียวฟันให้ได้มากที่สุด
ที่ Beyond Smile เราเลือกใช้น้ำยาฟอกสีฟันเกรดพรีเมียมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจว่ารอยยิ้มของคุณจะขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและไม่ทำลายเคลือบฟัน ไม่ว่าคุณจะต้องการฟันขาวเพื่อเตรียมตัวไปงานสำคัญ หรืออยากเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน เราพร้อมออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดให้กับคุณ ลองแวะมาปรึกษาเราแล้วคุณจะรู้ว่าการมีฟันขาวสวยเปลี่ยนชีวิตคุณได้มากกว่าที่คิด
บทสรุปของการมีฟันขาวด้วยระบบ Cool Light
การฟอกสีฟัน cool light คือทางลัดที่ช่วยให้คุณได้รอยยิ้มที่สดใสกลับคืนมาในราคาที่สบายกระเป๋าและใช้เวลาไม่นาน ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแสงเย็นทำให้อุปสรรคเรื่องอาการเสียวฟันไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป หากคุณดูแลรักษาตามคำแนะนำของหมอฟันและระมัดระวังเรื่องการทานอาหารที่มีสีจัด ความขาวกระจ่างใสนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้คุณในทุกครั้งที่แย้มยิ้ม อย่าปล่อยให้คราบสีบนฟันมาลดทอนความมั่นใจของคุณ มารับบริการฟอกสีฟันคุณภาพสูงเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ด้วยรอยยิ้มที่สว่างไสวที่สุดของคุณเอง
คำถามที่พบบ่อย
1. ฟอกสีฟัน cool light หนึ่งครั้งจะอยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของการฟอกสีฟันโดยส่วนใหญ่จะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการดูแลรักษาความสะอาดของแต่ละบุคคล หากคุณเป็นคนชอบดื่มชาหรือกาแฟเป็นประจำและไม่ได้ใช้หลอดดูด สีฟันก็มีโอกาสกลับมาเข้มขึ้นได้เร็วกว่าคนที่ดูแลอย่างเคร่งครัด
2. หากมีอาการเสียวฟันระหว่างฉายแสง Cool Light ควรทำอย่างไร?
หากเริ่มรู้สึกเสียวฟันในระหว่างการฉายแสงคุณควรส่งสัญญาณบอกคุณหมอทันที หมอจะทำการตรวจสอบว่าน้ำยาไหลโดนเหงือกหรือไม่ หรืออาจจะพิจารณาหยุดการฉายแสงในรอบนั้นๆ และทาสารลดอาการเสียวฟันให้ การฝืนทำต่อทั้งที่เสียวมากอาจส่งผลให้เกิดอาการเสียวฟันเรื้อรังหลังทำเสร็จได้นานกว่าปกติ
3. การฟอกสีฟันบ่อยๆ จะทำให้ฟันบางลงหรือเคลือบฟันเสียไหม?
การฟอกสีฟันที่ทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน มอก. จะไม่ทำให้ฟันบางลงหรือเคลือบฟันพังแต่อย่างใด เพราะน้ำยาฟอกสีฟันทำงานโดยการเข้าไปสลายเม็ดสีในเนื้อฟันเท่านั้น ไม่ได้เป็นการกรอผิวฟันออกไป อย่างไรก็ตามไม่ควรฟอกสีฟันบ่อยเกินไป แนะนำให้ทำทิ้งระยะห่างอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีต่อครั้ง
4. ระหว่างการฟอกสีฟัน Cool Light กับการซื้อแผ่นแปะฟันขาวมาทำเอง แบบไหนดีกว่ากัน?
การฟอกสีฟันที่คลินิกด้วยระบบ Cool Light ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วกว่ามาก เนื่องจากมีความเข้มข้นของน้ำยาสูงกว่าและมีแสงกระตุ้นที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังปลอดภัยกว่าเพราะหมอจะมีการป้องกันเหงือกให้เป็นอย่างดี ในขณะที่แผ่นแปะฟันขาวอาจให้ผลลัพธ์ที่ช้ากว่าและเสี่ยงต่อการที่น้ำยาโดนเหงือกจนอักเสบได้หากติดไม่พอดี
5. ฟอกสีฟันเสร็จแล้วต้องงดอาหารที่มีสีจัดๆ นานแค่ไหน?
ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดคือ 48 ชั่วโมงแรกหลังการฟอกสีฟัน เนื่องจากผิวฟันยังคงมีความไวและรูพรุนเปิดอยู่มากที่สุด หมอแนะนำให้ทานอาหารที่มีสีอ่อนๆ เช่น ข้าวต้ม ปลา ขนมปังขาว หรือนม ไปก่อนในช่วงนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดสีจากอาหารใหม่เข้าไปสะสมแทนที่เม็ดสีที่เพิ่งถูกกำจัดออกไป
อ่านเพิ่มเติม:





