เรื่องของกลิ่นปากเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและการเข้าสังคมอย่างมาก หลายคนอาจจะคิดว่ากลิ่นปากเกิดจากการกินอาหารที่มีกลิ่นแรงหรือการทำความสะอาดไม่ทั่วถึงเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วหนึ่งในสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เกิดลมหายใจที่ไม่พึงประสงค์ก็คือกลิ่นปากจากฟันผุ ซึ่งเป็นกลิ่นที่ค่อนข้างเฉพาะตัวและจัดการได้ยากหากไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุ การมีฟันผุซ่อนอยู่แม้เพียงซี่เดียวก็สามารถผลิตกลิ่นเหม็นเน่าออกมาได้ตลอดเวลา ทำให้เราเสียบุคลิกภาพและขาดความมั่นใจเวลาที่ต้องสนทนากับคนรอบข้างแบบใกล้ชิด
ปัญหากลิ่นปากที่มาจากฟันผุไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงามหรือกลิ่นเท่านั้น แต่มันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าสุขภาพช่องปากของคุณกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤต การละเลยไม่รีบรักษาอาจจะทำให้การผุนั้นลุกลามไปจนถึงโพรงประสาทฟัน ซึ่งจะนำไปสู่ความเจ็บปวดและการสูญเสียฟันแท้ในที่สุด การเข้าใจถึงกลไกการเกิดกลิ่นและการรู้วิธีจัดการอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณกลับมามีลมหายใจที่สดชื่นและยิ้มได้อย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้ง
กลิ่นปากจากฟันผุเกิดจากอะไร
คำถามที่หลายคนสงสัยคือทำไมฟันซี่เล็กๆ ที่ผุถึงสามารถส่งกลิ่นที่รุนแรงได้ขนาดนั้น คำตอบอยู่ที่กระบวนการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเศษอาหาร เมื่อฟันของเราเริ่มผุจนเกิดเป็นหลุมหรือรู รูเหล่านี้จะกลายเป็นที่พักพิงชั้นดีของเศษอาหารที่เราทานเข้าไปในแต่ละวัน ซึ่งแปรงสีฟันมักจะเข้าไม่ถึงเพื่อทำความสะอาดได้หมด เมื่อเศษอาหารเหล่านี้ค้างอยู่ในรูฟันเป็นเวลานาน ประกอบกับความร้อนและความชื้นภายในช่องปาก มันก็จะเกิดการบูดเน่าและย่อยสลายโดยแบคทีเรีย
ในกระบวนการย่อยสลายของแบคทีเรีย จะมีการปล่อยก๊าซไข่เน่าหรือก๊าซที่มีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ออกมา ซึ่งก๊าซเหล่านี้เองที่เป็นตัวการหลักของกลิ่นปากเหม็นเน่าที่รุนแรง นอกจากนี้หากฟันผุลึกไปจนถึงชั้นเนื้อฟันหรือโพรงประสาทฟัน อาจเกิดการตายของเนื้อเยื่อภายในฟันและการสะสมของหนอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นที่ยากจะขจัดออกได้ด้วยการบ้วนปากหรือการเคี้ยวหมากฝรั่งธรรมดา

อาการฟันผุระยะแรก
การรู้เท่าทันปัญหาสุขภาพช่องปากตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความรุนแรงของกลิ่นปากได้ อาการฟันผุระยะแรกมักจะไม่มีความเจ็บปวดทำให้หลายคนมองข้ามไป แต่ถ้าเราสังเกตให้ดีเราจะพบสัญญาณเตือนบางอย่างที่บ่งบอกว่าฟันเริ่มมีปัญหาแล้ว
-
มีรอยสีขาวขุ่นคล้ายชอล์กบริเวณผิวฟัน ซึ่งเป็นสัญญาณของการสูญเสียแร่ธาตุในเคลือบฟัน
-
เริ่มมีจุดสีน้ำตาลหรือสีดำเล็กๆ ปรากฏบนร่องฟันหรือระหว่างซอกฟัน
-
มีเศษอาหารติดที่ซอกเดิมๆ บ่อยครั้งและทำความสะอาดยากกว่าปกติ
-
เริ่มรู้สึกเสียวฟันเมื่อดื่มน้ำเย็น น้ำร้อน หรือทานของหวาน
-
รู้สึกว่ามีรสชาติแปลกๆ หรือรสเปรี้ยวในปากแม้จะเพิ่งแปรงฟันเสร็จ
หากคุณเริ่มสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ควรไปพบหมอฟันทันทีเพื่อทำการอุดฟันก่อนที่หลุมจะกว้างขึ้นจนกลายเป็นที่สะสมของแบคทีเรียขนานใหญ่ การรักษาตั้งแต่ระยะแรกไม่เพียงแต่ช่วยหยุดความเจ็บปวดที่จะตามมา แต่ยังเป็นวิธีป้องกันกลิ่นปากจากฟันผุที่มีประสิทธิภาพที่สุดอีกด้วย
ความต่างระหว่างกลิ่นปากจากอาหารและกลิ่นปากจากฟันผุ
เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากลิ่นปากที่มีอยู่นั้นมาจากฟันผุจริงๆ หรือเป็นแค่กลิ่นอาหารที่ทานเข้าไป วิธีสังเกตง่ายๆ คือกลิ่นจากอาหารมักจะหายไปหรือเบาบางลงหลังจากที่เราแปรงฟัน บ้วนปาก หรือทิ้งไว้ประมาณ 3 ถึง 6 ชั่วโมง แต่กลิ่นปากจากฟันผุจะเป็นกลิ่นที่คงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะแปรงฟันสะอาดแค่ไหนผ่านไปไม่กี่นาทีกลิ่นเดิมก็จะกลับมาอีก
กลิ่นที่มาจากฟันผุมักจะมีลักษณะคล้ายของเน่าหรือกลิ่นอับที่รุนแรง ซึ่งเกิดจากการหมักหมมที่อยู่ลึกเกินกว่าน้ำยาบ้วนปากจะเข้าไปถึง หากคุณพบว่าตัวเองมีกลิ่นปากเรื้อรังแม้จะดูแลความสะอาดเป็นอย่างดีแล้ว นั่นเป็นสัญญาณชัดเจนว่าสาเหตุอาจมาจากปัญหาสุขภาพภายในช่องปาก เช่น ฟันผุ หรือโรคเหงือกอักเสบที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยหมอฟันเท่านั้น

วิธีแก้กลิ่นปากถาวร
การซื้อน้ำยาบ้วนปากราคาแพงหรือการพกสเปรย์ฉีดปากตลอดเวลาเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและเป็นการซ่อนกลิ่นชั่วคราวเท่านั้น วิธีแก้กลิ่นปากถาวรที่ได้ผลจริงคือการกำจัดแหล่งสะสมของแบคทีเรียและรอยโรคในช่องปากให้หมดไป
-
การขูดหินปูน เพื่อกำจัดคราบแบคทีเรียที่แข็งตัวเป็นหินปูน ซึ่งเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียจำนวนมหาศาล
-
การอุดฟัน เมื่อกำจัดเนื้อฟันที่ผุออกและอุดปิดรูนั้นแล้ว เศษอาหารจะไม่มีที่สะสม กลิ่นก็จะหายไป
-
การรักษารากฟัน ในกรณีที่ฟันผุลึกจนถึงโพรงประสาท การรักษารากจะช่วยกำจัดเชื้อโรคภายในฟันและเก็บรักษาฟันแท้ไว้ได้
-
การถอนฟัน หากฟันซี่นั้นผุจนไม่สามารถบูรณะได้ การถอนออกคือการตัดวงจรแหล่งกำเนิดกลิ่นเน่าเสียที่ได้ผลที่สุด
-
การรักษาโรคเหงือก เพราะบ่อยครั้งที่กลิ่นปากไม่ได้มาจากฟันผุเพียงอย่างเดียวแต่มาจากเหงือกที่อักเสบและมีหนอง
เมื่อรักษาสิ่งเหล่านี้ครบถ้วนแล้ว กลิ่นปากจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนั้นคือการรักษาระดับความสะอาดให้สม่ำเสมอเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเดิมซ้ำขึ้นมาอีก
ฟันผุอุดทันไหม หรือต้องถอนทิ้งเพื่อจบปัญหากลิ่นปาก
หนึ่งในความกังวลใจของคนที่มีฟันผุคือกลัวว่าหมอจะสั่งถอนฟัน แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางทันตกรรมก้าวหน้าไปมาก หมอฟันมักจะพยายามเก็บฟันแท้ของคนไข้ไว้ให้นานที่สุด คำถามที่ว่าฟันผุอุดทันไหม ขึ้นอยู่กับว่าการผุนั้นลุกลามไปถึงส่วนไหนของฟันแล้ว
หากฟันผุอยู่เพียงชั้นเคลือบฟันหรือเนื้อฟัน การอุดฟันด้วยวัสดุอุดสีเหมือนฟันหรืออมัลกัมก็เพียงพอที่จะปิดหลุมและหยุดกลิ่นได้ แต่ถ้าผุไปถึงโพรงประสาทฟัน การอุดฟันธรรมดาอาจจะเอาไม่อยู่ ต้องเปลี่ยนเป็นการรักษารากฟันแล้วครอบฟันแทน การถอนฟันจะเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ เมื่อฟันซี่นั้นไม่เหลือเนื้อฟันเพียงพอที่จะยึดเกาะวัสดุใดๆ ได้แล้ว หรือมีการติดเชื้อรุนแรงที่รากฟันจนส่งผลกระทบต่อกระดูกขากรรไกร ดังนั้นการไปหาหมอให้เร็วที่สุดจึงมีโอกาสสูงที่คุณจะได้อุดฟันแทนการถอน
การดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเริ่มมีปัญหากลิ่นปากจากฟันผุ
ในระหว่างที่รอคิวพบหมอฟัน การดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อลดการส่งกลิ่นของฟันผุเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างจนเกินไป
-
แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และเน้นการทำความสะอาดลิ้นเพราะลิ้นเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์
-
ใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังอาหาร เพื่อเอาเศษอาหารที่ติดอยู่ในซอกฟันหรือรูฟันที่ผุออกให้มากที่สุด
-
ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น เพื่อช่วยเจือจางแบคทีเรียและกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำลายที่ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกตามธรรมชาติ
-
ใช้น้ำเกลือบ้วนปากเบาๆ เพื่อลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียและช่วยบรรเทาอาการอักเสบเบื้องต้นในช่องปาก
-
เลี่ยงอาหารที่ให้กลิ่นแรงและอาหารที่มีน้ำตาลสูง เพราะน้ำตาลคืออาหารชั้นดีของแบคทีเรียที่จะมาย่อยสลายและสร้างกลิ่น
แม้การดูแลเหล่านี้จะช่วยได้บ้าง แต่ต้องจำไว้เสมอว่านี่ไม่ใช่การรักษา ฟันที่ผุจะไม่สามารถหายเองได้และกลิ่นจะกลับมาทันทีที่แบคทีเรียเริ่มสะสมใหม่
ทำไมการไปหาหมอฟันถึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนมีกลิ่นปาก
หลายคนพยายามหาทางแก้กลิ่นปากด้วยตัวเองเป็นปีๆ แต่ผลลัพธ์กลับไม่ดีขึ้น นั่นเป็นเพราะสาเหตุของกลิ่นมักจะอยู่ลึกเกินกว่าที่เราจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในกระจก การไปหาหมอฟันจะได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด มีการเอกซเรย์เพื่อดูว่ามีฟันผุซ่อนอยู่ตามซอกฟันที่มองไม่เห็นหรือไม่
หมอฟันมีเครื่องมือที่ทันสมัยในการกำจัดสาเหตุของกลิ่นได้อย่างหมดจด ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องขูดหินปูนความถี่สูง หรือเครื่องมือกรอเนื้อฟันที่เน่าเสียออกได้อย่างแม่นยำ การได้รับการรักษาที่ถูกต้องนอกจากจะจบปัญหากลิ่นปากได้แบบถาวรแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เพราะการอุดฟันซี่เล็กๆ วันนี้ ราคาถูกกว่าการทำรากฟันเทียมหรือการใส่สะพานฟันในวันที่ต้องสูญเสียฟันไปแล้วอย่างแน่นอน
กู้คืนลมหายใจหอมสดชื่นที่ Beyond Smile Dental Clinic
หากคุณกำลังทรมานกับปัญหากลิ่นปากจากฟันผุและไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี ที่ Beyond Smile Dental Clinic เราพร้อมดูแลและแก้ไขปัญหาให้คุณอย่างตรงจุด เราเข้าใจดีว่าปัญหากลิ่นปากส่งผลกระทบต่อความมั่นใจเพียงใด ทีมทันตแพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญในการตรวจหาต้นเหตุของกลิ่นปากอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นฟันผุที่ซ่อนอยู่ตามซอกฟัน หรือโรคเหงือกอักเสบที่เรื้อรัง
เราเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีทันตกรรมที่ทันสมัยและวัสดุอุดฟันคุณภาพสูงที่จะช่วยบูรณะฟันของคุณให้กลับมาแข็งแรงและสวยงามเป็นธรรมชาติอีกครั้ง ที่ Beyond Smile เราให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนไข้เป็นอันดับแรก การรักษาของเราเน้นความนุ่มนวลและเป็นกันเอง เพื่อให้คุณรู้สึกผ่อนคลายในทุกขั้นตอนของการรักษา มาร่วมคืนลมหายใจที่สะอาดและรอยยิ้มที่มั่นใจไปกับเรา เรายินดีให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ เพื่อให้ปัญหากลิ่นปากกลายเป็นเพียงเรื่องในอดีต
สรุปภาพรวมของการจัดการกลิ่นปากที่เกิดจากฟันผุ
กลิ่นปากจากฟันผุไม่ใช่เรื่องที่น่าอายหากเรารู้จักหาวิธีรักษาอย่างถูกต้อง มันคือปัญหาทางการแพทย์อย่างหนึ่งที่สามารถแก้ไขได้ด้วยมือของทันตแพทย์ การใส่ใจในสัญญาณเตือนของร่างกายและการเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากทุกๆ 6 เดือน เป็นวิธีแก้กลิ่นปากถาวรที่ดีที่สุด เมื่อเรากำจัดต้นเหตุของกลิ่นออกไปแล้ว สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่รอยยิ้มที่สวยงามขึ้น แต่คือความมั่นใจที่คุณสามารถกลับมาเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ในทุกการสนทนา อย่าปล่อยให้ฟันผุเพียงซี่เดียวมาเป็นอุปสรรคต่อความสุขและความสำเร็จในชีวิตของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
1. กลิ่นปากจากฟันผุสามารถหายไปเองได้ไหมถ้าเราแปรงฟันให้บ่อยขึ้น?
กลิ่นปากที่เกิดจากฟันผุไม่สามารถหายไปเองได้ด้วยการแปรงฟันเพียงอย่างเดียวเพราะต้นเหตุของกลิ่นซ่อนอยู่ในหลุมหรือรูที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง แบคทีเรียจะยังคงทำปฏิกิริยากับเศษอาหารที่ค้างอยู่และสร้างกลิ่นออกมาตลอดเวลา วิธีเดียวที่จะทำให้กลิ่นหายไปได้คือต้องได้รับการรักษาโดยทันตแพทย์เพื่อกำจัดเนื้อฟันที่เน่าเสียและอุดปิดรูนั้นให้สนิท
2. มีฟันผุอยู่แต่ไม่ปวดเลย จำเป็นต้องไปอุดไหมถ้ากลัวว่าจะมีกลิ่นปาก?
จำเป็นต้องไปอุดอย่างยิ่งเพราะฟันผุที่ไม่มีอาการปวดแปลว่ายังไม่ลุกลามถึงเส้นประสาทแต่มันสามารถเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเศษอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่นปากที่รุนแรงได้แล้ว หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาเพียงเพราะไม่ปวด การผุจะขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดกลิ่นปากเหม็นเน่าที่แก้ได้ยากและสุดท้ายอาจต้องสูญเสียฟันซี่นั้นไปในที่สุด
3. น้ำยาบ้วนปากยี่ห้อไหนดีที่สามารถดับกลิ่นปากจากฟันผุได้ถาวร?
ในความเป็นจริงไม่มีน้ำยาบ้วนปากยี่ห้อไหนที่สามารถดับกลิ่นปากจากฟันผุได้ถาวรเพราะน้ำยาบ้วนปากทำหน้าที่เพียงแค่ชะล้างแบคทีเรียบนพื้นผิวและให้กลิ่นหอมชั่วคราวเท่านั้น แต่ไม่สามารถกำจัดแหล่งหมักหมมที่อยู่ภายในรูฟันได้ การใช้น้ำยาบ้วนปากในขณะที่มีฟันผุจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและทำให้เราละเลยการรักษาที่แท้จริงจนปัญหาลุกลาม
4. ฟันผุที่อุดแล้วสามารถกลับมาส่งกลิ่นปากได้อีกไหม?
ฟันที่อุดแล้วมีโอกาสกลับมามีกลิ่นปากได้อีกหากวัสดุอุดฟันมีการแตก ชำรุด หรือเกิดการผุซ้ำซ้อนใต้รอยอุดเดิมซึ่งจะทำให้เศษอาหารเข้าไปติดและหมักหมมได้อีกครั้ง ดังนั้นคนที่มีฟันอุดควรไปตรวจเช็กสภาพวัสดุอุดฟันกับหมอฟันเป็นประจำทุกปีเพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์และไม่มีที่ว่างให้แบคทีเรียเข้าไปสะสมได้อีก
5. กลิ่นปากเหม็นเน่าเกิดจากอะไรได้บ้างนอกเหนือจากฟันผุ?
นอกจากฟันผุแล้วกลิ่นปากที่รุนแรงยังอาจเกิดได้จากโรคเหงือกอักเสบเรื้อรังที่มีหนองในร่องเหงือก การติดเชื้อในช่องปาก นิ่วในทอนซิล หรือแม้แต่ปัญหาในระบบทางเดินอาหารและไซนัสอักเสบ อย่างไรก็ตามทันตแพทย์เป็นผู้ที่สามารถแยกแยะสาเหตุเบื้องต้นได้ดีที่สุด หากตรวจแล้วไม่พบสาเหตุจากฟันและเหงือก หมอก็จะแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นต่อไป
อ่านเพิ่มเติม:





