การสูญเสียฟันธรรมชาติไปสักซี่สองซี่ หรืออาจจะหลายซี่ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะมองข้ามได้เลย เพราะนอกจากจะทำให้ความมั่นใจลดฮวบเวลาต้องยิ้มหรือพูดคุยกับใครแล้ว ปัญหาใหญ่ที่ตามมาติดๆ คือความลำบากในการกินอาหาร จากที่เคยเคี้ยวของอร่อยได้เต็มปากเต็มคำ กลายเป็นต้องคอยระวัง อาหารเคี้ยวไม่ละเอียด ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักและท้องอืดตามมา อีกทั้งถ้าปล่อยช่องว่างไว้นานๆ ฟันซี่ข้างเคียงก็จะล้มเอียงเข้าหาช่องว่าง ฟันคู่สบก็จะยื่นยาวลงมา ทำให้การสบฟันผิดปกติและแก้ไขยากขึ้นไปอีก ดังนั้นการใส่ฟันปลอมจึงเป็นทางออกที่จำเป็นที่สุด แต่พอเดินเข้าคลินิกหรือหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ก็มักจะเจอกับคำถามโลกแตกที่ว่า ฟันปลอม แบบไหนดี เพราะเดี๋ยวนี้มีทั้งแบบถอดได้ แบบติดแน่น แบบรากเทียม วัสดุก็มีให้เลือกเยอะแยะเต็มไปหมด จนคนไข้หลายคนยืนงงเลือกไม่ถูก วันนี้เราจะมาแบไต๋กางตำราฟันปลอมฉบับเข้าใจง่าย เปรียบเทียบกันให้เห็นภาพชัดๆ ว่าแต่ละแบบมีดีมีเสียต่างกันอย่างไร เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ใช่ที่สุดให้กับตัวเองหรือคนที่คุณรัก

ทำความเข้าใจก่อนว่า ฟันปลอมมีกี่ประเภทหลักๆ
ถ้าจะแบ่งประเภทของฟันปลอมให้เข้าใจง่ายที่สุด เราสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ตามลักษณะการใช้งาน คือ ฟันปลอมแบบถอดได้ และ ฟันปลอมแบบติดแน่น ซึ่งทั้งสองแบบนี้มีจุดประสงค์เดียวกันคือเข้ามาทดแทนฟันที่หายไป แต่ฟีลลิ่งในการใช้งาน ความสวยงาม การดูแลรักษา และงบประมาณนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การจะตอบคำถามว่าแบบไหนดีกว่ากัน จึงขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ สภาพช่องปาก และงบประมาณของแต่ละคนเป็นหลัก ไม่มีแบบไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่จะมีแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณเสมอ
ฟันปลอมถอดได้
ฟันปลอมชนิดนี้คือแบบที่เราคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะในรุ่นคุณปู่คุณย่า ที่ก่อนนอนต้องถอดออกมาแช่น้ำไว้ในแก้ว ข้อดีหลักๆ ของมันคือราคาเข้าถึงง่ายที่สุด ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องผ่าตัด และสามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งฟันปลอมถอดได้นี้ยังแบ่งย่อยออกได้อีกตามวัสดุที่ใช้
-
แบบฐานพลาสติก (Acrylic) เป็นแบบที่ราคาประหยัดที่สุด มีลักษณะเป็นฐานเหงือกสีชมพูทำจากพลาสติกพร้อมซี่ฟัน ข้อดีคือทำง่าย รวดเร็ว และสามารถเติมฟันเพิ่มได้ในอนาคตถ้ามีฟันซี่อื่นหลุดอีก แต่ข้อเสียคือฐานพลาสติกจะมีความหนา ทำให้รู้สึกรำคาญหรือเหมือนมีอะไรเต็มปากในช่วงแรก และความแข็งแรงอาจจะไม่เท่ากับแบบโลหะ
-
แบบโครงโลหะ (Metal Frame) แบบนี้จะมีการใช้โลหะผสมเข้ามาทำเป็นโครงและตะขอเกี่ยว ทำให้ชิ้นงานมีความบางและแนบสนิทกับเพดานปากได้ดีกว่าพลาสติก แข็งแรงทนทานกว่า เคี้ยวอาหารได้มั่นใจกว่า และไม่แตกหักง่าย แต่ราคาก็จะสูงกว่าแบบพลาสติก และอาจจะเห็นตะขอโลหะเวลาพูดหรือยิ้มได้
-
แบบฐานนิ่ม (Valplast) เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง ไม่มีตะขอโลหะให้กวนใจเรื่องความสวยงาม ใส่สบาย ไม่เจ็บเหงือก แต่มักจะใช้ในกรณีที่ฟันหายไปไม่กี่ซี่ และมีข้อจำกัดคือถ้าหลวมหรือชำรุดจะซ่อมแซมหรือปรับแต่งได้ยากกว่าแบบอื่น
ฟันปลอมติดแน่น
สำหรับคนที่ไม่ชอบความรู้สึกรำคาญของการต้องถอดฟันปลอมเข้าออก หรือกังวลว่าฟันปลอมจะหลุดเวลาหัวเราะหรือจาม ฟันปลอมติดแน่นคือคำตอบที่ตรงโจทย์ที่สุด เพราะมันถูกยึดติดอยู่ในปากเราถาวร ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายจริงๆ
- สะพานฟัน (Dental Bridge) วิธีนี้ใช้ในกรณีที่ฟันหายไป 1 ถึง 2 ซี่ และฟันข้างเคียงยังแข็งแรงดี หลักการคือหมอจะทำการกรอฟันซี่ข้างๆ ช่องว่างให้เล็กลงเพื่อใช้เป็นเสายึด แล้วทำครอบฟัน 3 ซี่ติดกัน สวมลงไป ข้อดีคือสวยงามมาก เคี้ยวได้ดีเหมือนฟันธรรมชาติ แต่ข้อเสียที่น่าเสียดายคือต้องยอมเสียเนื้อฟันดีๆ ข้างเคียงเพื่อใช้เป็นหลักยึด
- รากฟันเทียม (Dental Implants) นี่คือที่สุดของนวัตกรรมทดแทนฟันในยุคปัจจุบัน เป็นการฝังวัสดุไทเทเนียมที่มีรูปร่างคล้ายรากฟันลงไปในกระดูกขากรรไกร แล้วทำครอบฟันสวมทับด้านบน ข้อดีคือไม่ต้องไปยุ่งกับฟันซี่ข้างเคียงเลย รากเทียมจะช่วยพยุงกระดูกไม่ให้ละลายตัว ให้แรงบดเคี้ยวดีเยี่ยมที่สุดแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับฟันจริง และสวยงามดูไม่ออกเลยว่าเป็นฟันปลอม แต่แลกมาด้วย ฟันปลอมราคา สูงที่สุด และต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่าแบบอื่น
เปรียบเทียบชัดๆ แบบไหนเหมาะกับใคร
การเลือกฟันปลอมไม่ใช่การเสี่ยงดวง แต่ต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง หากคุณมีงบประมาณจำกัด และต้องการฟันปลอมที่ทำเสร็จไว ใช้งานได้ทันที ฟันปลอมถอดได้ฐานพลาสติกก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่า แต่ต้องแลกมาด้วยความรำคาญบ้างและแรงเคี้ยวที่ไม่เต็มร้อย หากคุณพอมีงบขึ้นมาหน่อย และต้องการความบางเบา สบายปาก ฟันปลอมถอดได้โครงโลหะก็จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพและความมั่นใจเป็นอันดับหนึ่ง ไม่อยากถอดเข้าถอดออก และมีงบประมาณเพียงพอ รากฟันเทียมคือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด เพราะอายุการใช้งานยาวนานเกือบตลอดชีวิตถ้าดูแลดี หรือถ้ากลัวการผ่าตัดฝังรากเทียม แต่ฟันข้างเคียงแข็งแรง สะพานฟันก็เป็นทางเลือกสายกลางที่ดีเยี่ยม

ปัญหาที่มักเจอกับฟันปลอมแต่ละแบบ และวิธีรับมือ
คนใส่ฟันปลอมถอดได้มักเจอปัญหา “เจ็บเหงือก” หรือ “หลวม” เมื่อใช้ไปนานๆ สาเหตุเกิดจากกระดูกขากรรไกรของเรามีการยุบตัวลงตามธรรมชาติ ทำให้ฐานฟันปลอมไม่แนบสนิทเหมือนเดิม วิธีแก้คือต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการเสริมฐานฟันปลอม หรือปรับแต่งใหม่ ห้ามดัดตะขอเองเด็ดขาด ส่วนคนทำสะพานฟัน ปัญหาที่ต้องระวังคือ “ผุใต้ครอบ” เพราะการทำความสะอาดบริเวณใต้สะพานฟันทำได้ยาก ต้องใช้อุปกรณ์ร้อยไหมขัดฟันช่วย หากละเลย ฟันหลักที่ใช้ยึดอาจผุจนต้องถอนทิ้ง กลายเป็นเสียฟันเพิ่มไปอีก ส่วนรากฟันเทียม แม้ตัวรากจะไม่ผุ แต่เหงือกรอบๆ รากเทียมสามารถอักเสบได้เหมือนโรคเหงือก หากแปรงฟันไม่สะอาด ดังนั้นไม่ว่าจะใส่แบบไหน การรักษาความสะอาดคือหัวใจสำคัญ
การดูแลรักษาฟันปลอม ให้อยู่กับเราไปนานๆ
สำหรับฟันปลอมแบบถอดได้ กฎเหล็กคือ “ห้ามปล่อยให้แห้ง” เมื่อถอดออกมาต้องแช่น้ำสะอาด หรือน้ำผสมเม็ดฟู่ทำความสะอาดฟันปลอมเสมอ เพื่อป้องกันพลาสติกหดตัวหรือบิดเบี้ยว เวลาทำความสะอาดให้ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มกับน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจาน ขัดเบาๆ ห้ามใช้ยาสีฟันเพราะผงขัดในยาสีฟันจะทำให้พลาสติกเป็นรอย และควรหาภาชนะรองน้ำมารองไว้ขณะล้าง กันพลาดทำตกแตก ส่วนฟันปลอมแบบติดแน่น ทั้งสะพานฟันและรากเทียม ให้ดูแลเหมือนฟันธรรมชาติ คือแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณขอบเหงือก และควรพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อเช็คสภาพฟันปลอมและการสบฟัน
ทำไมต้องทำฟันปลอมที่ Beyond Smile Dental Clinic
การทำฟันปลอมเป็นงานศิลปะที่ต้องอาศัยความแม่นยำและความเชี่ยวชาญสูง เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงมิลลิเมตรเดียว ก็อาจทำให้คุณเคี้ยวข้าวไม่ได้ เจ็บเหงือก หรือพูดไม่ชัด ที่ Beyond Smile Dental Clinic เราเข้าใจถึงความสำคัญของรอยยิ้มและการบดเคี้ยว เราจึงมีทีมทันตแพทย์เฉพาะทางด้านทันตกรรมประดิษฐ์ (Prosthodontist) ที่มีประสบการณ์สูงในการออกแบบฟันปลอมทุกประเภทให้เหมาะสมกับรูปหน้าและการใช้งานของคนไข้แต่ละคน เราไม่ได้แค่ “ใส่ฟัน” ให้เต็มช่องว่าง แต่เรา “สร้างรอยยิ้ม” ใหม่ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
นอกจากทีมแพทย์ฝีมือดีแล้ว เรายังนำเทคโนโลยี Digital Dentistry เข้ามาช่วยในการรักษา เช่น การสแกนช่องปากด้วยระบบดิจิทัล (Digital Intraoral Scanner) แทนการพิมพ์ปากด้วยวัสดุเหนียวๆ แบบเดิม ทำให้ได้ภาพสามมิติที่แม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อนของชิ้นงาน ฟันปลอมที่ได้จึงมีความพอดี ใส่สบาย ไม่ต้องมานั่งแก้บ่อยๆ และสำหรับคนที่สนใจรากฟันเทียม เรามีเครื่องเอกซเรย์ 3 มิติ (CT Scan) ช่วยในการวางแผนผ่าตัดอย่างแม่นยำ ปลอดภัย และเจ็บน้อยที่สุด ไม่ว่าคุณจะมองหาฟันปลอมแบบถอดได้ราคาประหยัด หรือรากฟันเทียมคุณภาพระดับโลก เราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณอย่างเต็มที่ แวะมาคุยกับเราก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณได้ฟันชุดใหม่ที่ถูกใจและใช้งานได้จริง
คำถามที่พบบ่อย
ทำฟันปลอมเจ็บไหม ต้องพักฟื้นกี่วัน?
ถ้าเป็นฟันปลอมถอดได้ แทบไม่เจ็บเลย อาจมีแค่ความรู้สึกระคายเคืองเหงือกในช่วงแรกที่ใส่ ไม่ต้องพักฟื้น ส่วนรากฟันเทียมมีการผ่าตัดเล็ก อาจมีอาการปวดบวมบ้าง 3-5 วัน แต่สามารถทานยาแก้ปวดและใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ฟันปลอมถอดได้ ใส่ตอนนอนได้ไหม?
ไม่แนะนำให้ใส่ตอนนอน ควรถอดออกมาแช่น้ำเพื่อให้เหงือกได้พักผ่อนจากการถูกกดทับมาทั้งวัน ลดความเสี่ยงในการเกิดเชื้อราในช่องปาก และป้องกันการเผลอกลืนฟันปลอมลงคอขณะหลับ
ฟันปลอมมีอายุการใช้งานกี่ปี?
แบบถอดได้พลาสติกมักมีอายุ 3-5 ปี อาจต้องเปลี่ยนใหม่หรือเสริมฐานเมื่อหลวม ส่วนแบบโลหะอาจอยู่ได้ 5-10 ปี สำหรับสะพานฟันและรากฟันเทียม ถ้าดูแลดีๆ สามารถอยู่ได้นานกว่า 10 ปี หรือตลอดชีวิต
ทำรากฟันเทียม ราคาเท่าไหร่ แพงกว่าแบบอื่นมากไหม?
ราคารากฟันเทียมเริ่มต้นที่หมื่นปลายๆ ถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและวัสดุที่ใช้ แม้จะราคาสูงกว่าแบบถอดได้หลายเท่า แต่เมื่อเทียบกับความสบาย ประสิทธิภาพการเคี้ยว และความทนทาน ถือว่าคุ้มค่ามาก
ถ้าฟันหลอหลายซี่ ทำสะพานฟันได้ไหม?
ทำได้แต่มีข้อจำกัด หากช่วงฟันที่หายไปยาวมากเกินไป ฟันหลักที่ใช้ยึดหัวท้ายอาจรับน้ำหนักไม่ไหวและพังได้ กรณีหายหลายซี่ติดกันมากๆ แพทย์อาจแนะนำเป็นฟันปลอมถอดได้หรือรากฟันเทียมจะปลอดภัยกว่า
อ่านเพิ่มเติม:





