รักษาโรคเหงือก รำมะนาด

รักษาโรคเหงือก รำมะนาด

เคยสังเกตตัวเองหน้ากระจกตอนเช้าไหม เวลาแปรงฟันแล้วบ้วนปากออกมามีเลือดสีแดงปนออกมากับฟองยาสีฟัน หรือเวลามั่นใจจะพูดคุยกับใครใกล้ๆ แต่กลับเห็นเขานิ่งไปหรือขยับตัวถอยห่างเพราะกลิ่นปากที่แก้ไม่หาย แม้จะเปลี่ยนยาสีฟันก็แล้ว ใช้น้ำยาบ้วนปากก็แล้ว กลิ่นตุๆ เหล่านั้นก็ยังวนเวียนอยู่ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติและไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน เพราะมันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงที่ร่างกายกำลังบอกว่าช่องปากของคุณกำลังเผชิญกับวิกฤตที่เรียกว่า โรครำมะนาด หรือ โรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งเป็นภัยเงียบที่ค่อยๆ กัดกินรากฐานของฟันเราไปทีละนิด โดยที่เราแทบไม่รู้ตัวเพราะในช่วงแรกมักไม่มีอาการปวด มารู้ตัวอีกทีฟันก็เริ่มโยกคลอน เคี้ยวข้าวไม่อร่อย หรือร้ายแรงที่สุดคือต้องถอนฟันทั้งแผง วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับโรคนี้ให้ลึกซึ้ง และวิธีการรักษาที่จะช่วยหยุดยั้งความเสียหาย ให้คุณกลับมายิ้มได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

รำมะนาด คืออะไร ต่างจากเหงือกอักเสบธรรมดาอย่างไร

คำว่า รำมะนาด อาจจะฟังดูโบราณเหมือนโรคที่คนแก่เขาเป็นกัน แต่จริงๆ แล้วในทางทัตกรรมสมัยใหม่เราเรียกมันว่า โรคปริทันต์อักเสบ (Periodontitis) ซึ่งเป็นขั้นกว่าของโรคเหงือกอักเสบ (Gingivitis) อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ คือ โรคเหงือกอักเสบเปรียบเสมือนไฟไหม้หญ้าหน้าบ้าน อาการคือเหงือกจะบวมแดง เลือดออกง่ายเวลาแปรงฟัน สาเหตุมาจากคราบจุลินทรีย์และหินปูนที่เกาะอยู่รอบๆ คอฟัน ซึ่งระยะนี้ยังสามารถรักษาให้หายขาดได้ง่ายๆ แค่ขูดหินปูนและดูแลความสะอาดให้ดี แต่ถ้าเราละเลยปล่อยทิ้งไว้ ไฟกองเล็กๆ นี้จะลามเข้าสู่ตัวบ้าน นั่นคือระยะที่เป็น รำมะนาด การอักเสบจะลุกลามลงไปใต้เหงือก ทำลายเส้นใยยึดเกาะฟันและกระดูกเบ้าฟัน ทำให้เกิดร่องลึกปริทันต์ ซึ่งเป็นแหล่งซ่องสุมของเชื้อโรคชั้นดี ผลที่ตามมาคือกระดูกละลาย เหงือกร่น ฟันโยก และหลุดร่วงในที่สุด ซึ่งความเสียหายในระดับกระดูกนี้ ร่างกายไม่สามารถสร้างกลับมาใหม่ได้ การรักษาจึงทำได้เพียงแค่หยุดโรคไม่ให้แย่ลงไปกว่าเดิมเท่านั้น

โรคปริทันต์ อักเสบ
โรคปริทันต์ อักเสบ

สัญญาณเตือนภัย ว่าคุณกำลังเข้าข่ายต้องรีบไปหาหมอ

โรคนี้มักถูกเรียกว่า ภัยเงียบ เพราะในระยะเริ่มต้นมักจะไม่ค่อยแสดงอาการเจ็บปวด ทำให้หลายคนชะล่าใจ แต่ร่างกายจะมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่บ่งบอกว่าเหงือกของคุณกำลังร้องขอความช่วยเหลือ สัญญาณแรกที่ชัดเจนที่สุดคือ เลือดออกขณะแปรงฟัน หรือแค่ใช้ไหมขัดฟันเบาๆ เลือดก็ซึมออกมาแล้ว สัญญาณต่อมาคือ สีของเหงือกเปลี่ยนไป จากสีชมพูซีดหรือชมพูส้ม กลายเป็นสีแดงจัด แดงคล้ำ หรือบวมเป่งจนปิดคอฟัน บางคนอาจมีอาการคันเหงือก อยากเอาไม้จิ้มฟันไปจิ้มไปเกาตลอดเวลา เรื่องของ กลิ่นปาก ก็เป็นตัวบ่งชี้สำคัญ เพราะเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในร่องลึกปริทันต์จะปล่อยก๊าซที่มีกลิ่นเหม็นเน่าออกมา ซึ่งการแปรงฟันปกติไม่สามารถกำจัดกลิ่นนี้ได้ และถ้าอาการหนักขึ้น คุณจะเริ่มรู้สึกว่า ฟันยาวขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วคือเหงือกมันร่นหนีลงไป หรือรู้สึกว่าฟันเริ่มห่างออกจากกัน เวลาเคี้ยวอาหารแล้วรู้สึกไม่แน่นเหมือนเดิม ถ้ามีอาการเหล่านี้แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง ควรรรีบไปพบทันตแพทย์ทันที

ต้นตอของปัญหา ไม่ใช่แค่เรื่องแปรงฟันไม่สะอาด

แน่นอนว่าสาเหตุหลักของโรคเหงือกคือ คราบพลัค (Plaque) หรือแผ่นคราบจุลินทรีย์เหนียวๆ ที่เกาะอยู่บนตัวฟัน ซึ่งเกิดจากเศษอาหารที่เรากินเข้าไป ถ้าเราแปรงฟันไม่สะอาด คราบเหล่านี้จะแข็งตัวกลายเป็นหินปูน ซึ่งเป็นบ้านที่แข็งแกร่งของเชื้อโรค แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่เร่งให้โรคนี้รุนแรงขึ้นและรักษายากขึ้น ปัจจัยแรกคือ การสูบบุหรี่ คนที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงที่จะเป็นรำมะนาดมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า และการรักษามักได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร เพราะสารพิษในบุหรี่ไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือดที่เหงือก ปัจจัยต่อมาคือ โรคเบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานจะมีภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อต่ำ ทำให้เหงือกอักเสบได้ง่ายและรุนแรงกว่าคนปกติ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ในวัยรุ่น หรือหญิงตั้งครรภ์ ก็มีผลทำให้เหงือกตอบสนองต่อสิ่งระคายเคืองได้ไวขึ้น รวมถึง พันธุกรรม ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง หากพ่อแม่มีประวัติฟันร่วงหมดปากเร็ว ลูกก็มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคปริทันต์ได้ง่ายเช่นกัน

เกลารากฟัน เจ็บไหม
เกลารากฟัน เจ็บไหม

ขั้นตอนการ รักษาโรคเหงือก รำมะนาด ต้องทำอะไรบ้าง

การรักษาโรคนี้ไม่ใช่การกินยาแล้วหายเหมือนเป็นไข้หวัด แต่ต้องอาศัยหัตถการทางทันตกรรมเพื่อกำจัดต้นตอของเชื้อโรคออกไป ซึ่งความยากง่ายขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค

  • การขูดหินปูน (Scaling) เป็นด่านแรกในการกำจัดหินปูนที่เกาะอยู่เหนือเหงือกและใต้ขอบเหงือกเล็กน้อย ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่เป็นแค่เหงือกอักเสบระยะต้น

  • การเกลารากฟัน (Root Planing) นี่คือหัวใจสำคัญของการรักษาโรครำมะนาด เพราะหินปูนและเชื้อโรคมันมุดลงไปเกาะที่ผิวรากฟันลึกๆ ใต้เหงือก หมอจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษสอดลงไปในร่องเหงือกเพื่อขูดหินปูนที่มองไม่เห็นออก และเกลาผิวรากฟันให้เรียบ เพื่อให้เนื้อเหงือกกลับมาแนบสนิทกับตัวฟันได้อีกครั้ง ขั้นตอนนี้อาจจะต้องมีการฉีดยาชาเฉพาะที่ร่วมด้วย เพื่อให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ

  • การผ่าตัดเหงือก (Flap Surgery) ในกรณีที่เป็นหนักมาก ร่องลึกปริทันต์ลึกจนเครื่องมือเข้าไม่ถึง หมออาจจำเป็นต้องผ่าเปิดเหงือกออก เพื่อเข้าไปทำความสะอาดรากฟันและกระดูกเบ้าฟันโดยตรง และอาจมีการปลูกกระดูกทดแทนในส่วนที่ละลายหายไป เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ฟัน

เกลารากฟัน เจ็บไหม น่ากลัวอย่างที่คิดหรือเปล่า

คำถามยอดฮิตที่ทำให้หลายคนไม่กล้าไปหาหมอก็คือ กลัวเจ็บ ต้องบอกตามตรงว่าการเกลารากฟันเป็นการรบกวนเนื้อเยื่อที่กำลังอักเสบ ดังนั้นอาจมีความรู้สึกเจ็บหรือเสียวได้บ้าง แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะในการรักษาจริง ทันตแพทย์จะมีการใช้ยาชา ทั้งแบบทาและแบบฉีด ช่วยระงับความรู้สึก ทำให้ระหว่างทำคนไข้จะแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย อาจจะแค่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนหรือแรงขูดกึกกักบ้างเท่านั้น หลังจากยาชาหมดฤทธิ์ อาจมีอาการปวดระบมหรือเสียวฟันบ้างเล็กน้อยในช่วง 2 ถึง 3 วันแรก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการทานยาแก้ปวดและใช้น้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อ เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่จะได้ฟันที่แน่นแข็งแรงกลับมา ความเจ็บเพียงเล็กน้อยนี้ถือว่าคุ้มค่ามาก

การดูแลตัวเองหลังรักษา เพื่อไม่ให้โรคกลับมาเยือน

เมื่อรักษาจนเหงือกกลับมาดีขึ้นแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเราจะละเลยการดูแลได้ เพราะโรคนี้สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ตลอดเวลาหากเรากลับไปมีพฤติกรรมเดิมๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาวินัยในการทำความสะอาด ต้องแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ให้ถูกวิธี เน้นบริเวณคอฟันรอยต่อระหว่างเหงือกและฟัน และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคนเคยเป็นโรคเหงือกคือ อุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ไหมขัดฟัน หรือ แปรงซอกฟัน เพราะร่องเหงือกที่เคยถูกทำลายอาจจะกว้างกว่าคนปกติ ทำให้เศษอาหารเข้าไปติดง่าย การแปรงฟันธรรมดาเข้าไม่ถึงแน่นอน นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอย่างการสูบบุหรี่ และที่สำคัญต้องไปพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจเช็คและขูดหินปูนซ้ำ ทุกๆ 3 ถึง 6 เดือน ห้ามหายไปนานเด็ดขาด

กู้คืนรอยยิ้มสุขภาพดี ที่ Beyond Smile Dental Clinic

หากคุณกำลังสงสัยว่าตัวเองกำลังเผชิญกับโรครำมะนาด หรือมีอาการเหงือกบวมเลือดออกที่แก้ไม่หาย การเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญคือทางออกที่ดีที่สุด ที่ Beyond Smile Dental Clinic เรามีทีมทันตแพทย์เฉพาะทางโรคเหงือก (Periodontist) ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในการดูแลรักษาโรคปริทันต์โดยเฉพาะ เราเข้าใจดีว่าการรักษาโรคเหงือกเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและต้องอาศัยความร่วมมือระยะยาว เราจึงเน้นการรักษาที่นุ่มนวล ใส่ใจในความรู้สึกของคนไข้ เพื่อลดความเจ็บปวดและความกังวลให้ได้มากที่สุด เครื่องมือที่เราใช้มีความทันสมัย สะอาด ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

เราไม่เพียงแค่รักษาตามอาการ แต่เราเน้นการให้ความรู้และสอนวิธีดูแลตัวเองที่ถูกต้องแบบตัวต่อตัว เพื่อให้คุณสามารถกลับไปดูแลเหงือกและฟันที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรยากาศในคลินิกของเราผ่อนคลาย เป็นกันเอง ให้คุณรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่มารับบริการ อย่าปล่อยให้โรคร้ายลุกลามจนต้องสูญเสียฟันแท้ไป การเริ่มต้นรักษาตั้งแต่วันนี้ คือการต่ออายุขัยให้ฟันอยู่คู่กับเราไปจนแก่เฒ่า แวะมาให้เราช่วยดูแลสุขภาพช่องปากของคุณ เพื่อลมหายใจที่สดชื่นและรอยยิ้มที่แข็งแรงอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

โรครำมะนาดติดต่อกันได้ไหม ทางการจูบหรือใช้ช้อนร่วมกัน?
โดยทางทฤษฎีเชื้อแบคทีเรียสามารถส่งต่อกันได้ผ่านน้ำลาย แต่การจะเกิดโรคหรือไม่ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานและการดูแลความสะอาดของแต่ละคน หากรับเชื้อมาแต่แปรงฟันสะอาด เชื้อก็ทำอะไรไม่ได้

ใช้น้ำเกลืออมบ้วนปาก ช่วยรักษาโรคเหงือกให้หายได้ไหม?
น้ำเกลือช่วยลดการระคายเคืองและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้บางส่วน แต่ไม่สามารถกำจัดหินปูนที่อยู่ใต้เหงือกได้ ดังนั้นน้ำเกลือจึงเป็นแค่ตัวช่วยบรรเทาอาการ ไม่ใช่วิธีรักษาให้หายขาด

หลังเกลารากฟันแล้ว ฟันจะหายโยกไหม?
หากกระดูกเบ้าฟันยังเหลืออยู่มากพอ เมื่อเหงือกหายอักเสบและกลับมารัดตัวฟันแน่นขึ้น ฟันจะหายโยกและแน่นขึ้นได้ แต่ถ้ากระดูกละลายไปเยอะมากแล้ว อาจจะยังมีความโยกอยู่บ้าง

การรักษาใช้เวลานานแค่ไหน ต้องไปหาหมอกี่ครั้ง?
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและจำนวนซี่ที่เป็น ปกติอาจต้องแบ่งทำทีละโซน ใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 4 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 1 ถึง 2 สัปดาห์ และต้องมีการนัดติดตามผลต่อเนื่อง

ค่ารักษาโรคเหงือกแพงไหม?
ค่ารักษาจะประเมินตามความยากง่ายและจำนวนซี่ที่ต้องเกลารากฟัน โดยส่วนใหญ่จะคิดราคาเหมาเป็นควอแดรนท์ (1 ใน 4 ของปาก) หรือคิดเป็นรายซี่ ซึ่งราคาจะสูงกว่าการขูดหินปูนธรรมดาเล็กน้อย

อ่านเพิ่มเติม:

You can share this post!

Facebook
LinkedIn
Email
Print