ฟอกสีฟันที่คลินิก vs ทำเองที่บ้าน

ฟอกสีฟันที่คลินิก vs ทำเองที่บ้าน

รอยยิ้มที่มั่นใจมักจะเริ่มต้นด้วยฟันที่ขาวสะอาด แต่ในชีวิตประจำวันของเรามักจะเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ฟันเหลืองได้ยากเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นการดื่มกาแฟในตอนเช้า ชาไข่มุกในช่วงบ่าย หรืออาหารที่มีส่วนผสมของสีเข้มๆ ซึ่งสะสมไปเรื่อยๆ จนทำให้ฟันเริ่มหมองคล้ำ เมื่อถึงจุดหนึ่งหลายคนจึงเริ่มมองหาตัวช่วยอย่างการฟอกสีฟัน แต่คำถามที่พบบ่อยที่สุดก็คือเราควรจะเลือกฟอกสีฟันที่คลินิกหรือซื้อชุดฟอกสีฟันมาทำเองที่บ้านดี เพราะทั้งสองแบบนี้มีข้อดีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของความรวดเร็ว ผลลัพธ์ และงบประมาณที่ต้องจ่าย

การฟอกสีฟันไม่ใช่เรื่องที่แค่เอาเจลมาทาแล้วฟันจะขาวทันที แต่มันคือกระบวนการทางเคมีที่สารฟอกสีจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเม็ดสีที่สะสมอยู่ในเนื้อฟัน ดังนั้นความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ การเข้าใจความต่างระหว่างการทำโดยผู้เชี่ยวชาญกับการทำด้วยตัวเองจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าวิถีชีวิตและงบประมาณของคุณเหมาะกับรูปแบบไหนมากที่สุด เพื่อให้ได้ฟันที่ขาวสวยสมใจโดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพช่องปากในระยะยาว

วิธีฟอกสีฟันให้ขาวนาน
วิธีฟอกสีฟันให้ขาวนาน

ฟอกสีฟันที่คลินิก vs ทำเองที่บ้าน

สิ่งที่ทำให้การฟอกสีฟันที่คลินิกแตกต่างจากการทำเองที่บ้านมากที่สุดคือความเข้มข้นของน้ำยาฟอกสีฟัน น้ำยาที่หมอฟันใช้ในคลินิกมักจะเป็นไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เหงือกเกิดอาการระคายเคือง ในขณะที่ชุดฟอกสีฟันสำหรับทำเองที่บ้านน้ำยาจะมีความเข้มข้นต่ำกว่ามากเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ทำให้การทำที่บ้านต้องอาศัยระยะเวลาและความต่อเนื่องมากกว่า

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือตัวกระตุ้นปฏิกิริยา การฟอกสีฟันที่คลินิกมักจะมีการใช้แสงประเภทต่างๆ เช่น แสงเย็น แสงเลเซอร์ หรือระบบซูม เข้ามาช่วยเร่งให้สารฟอกสีทำงานได้ดีขึ้นและลึกขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาที แต่การฟอกสีฟันด้วยตัวเองที่บ้านจะเป็นการปล่อยให้น้ำยาค่อยๆ ทำงานไปตามธรรมชาติผ่านการใส่รางฟอกสีฟันวันละหลายชั่วโมงหรือใส่ตอนนอนต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายวัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีความเร็วที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

การฟอกสีฟันที่คลินิก สะดวก รวดเร็ว และเห็นผลทันใจ

การฟอกสีฟันที่คลินิกเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์แบบเร่งด่วน เช่น กำลังจะไปงานแต่งงาน งานรับปริญญา หรือมีนัดสำคัญที่ต้องใช้รอยยิ้มสร้างความประทับใจ ขั้นตอนการทำมักจะจบลงภายในเวลาประมาณ 45 ถึง 60 นาที โดยหมอฟันจะทำการตรวจสภาพช่องปากก่อนว่ามีฟันผุหรือเหงือกอักเสบไหม จากนั้นจะมีการทาสารป้องกันเหงือกเพื่อไม่ให้น้ำยากัดโดนเนื้อเยื่อที่อ่อนโยน ก่อนจะลงน้ำยาฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นสูง

ข้อดีของการทำที่คลินิกคือคุณจะได้ฟันที่ขาวขึ้นหลายระดับในครั้งเดียว และที่สำคัญคืออยู่ภายใต้การดูแลของหมอฟันตลอดเวลา หากมีอาการเสียวฟันระหว่างทำหมอจะสามารถปรับเปลี่ยนเทคนิคหรือทาสารลดอาการเสียวฟันให้ได้ทันที นอกจากนี้หมอยังสามารถควบคุมความสม่ำเสมอของสีฟันให้ทั่วถึงทุกซี่ ซึ่งบางครั้งการทำเองที่บ้านอาจจะมีบางจุดที่น้ำยาเข้าไม่ถึงทำให้สีฟันขาวไม่เท่ากัน

การฟอกสีฟันทำเองที่บ้าน ทางเลือกสำหรับคนอยากขาวแบบค่อยเป็นค่อยไป

หากคุณไม่ได้รีบเร่งและต้องการประหยัดงบประมาณ การฟอกสีฟันทำเองที่บ้านก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก แต่ต้องย้ำว่าชุดฟอกสีฟันที่ได้ผลดีที่สุดควรจะเป็นชุดที่ได้รับจากหมอฟัน ไม่ใช่การซื้อแผ่นแปะหรือน้ำยาตามร้านออนไลน์ทั่วไปที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยหมอจะพิมพ์ปากของคุณเพื่อทำรางฟอกสีฟันเฉพาะบุคคล (Custom Tray) ซึ่งจะแนบสนิทกับฟันของคุณพอดี ทำให้น้ำยากระจายตัวได้ทั่วถึงและไม่ไหลออกมาโดนเหงือก

การทำเองที่บ้านข้อดีคือคุณสามารถเลือกเวลาที่สะดวกได้เอง ไม่ต้องเดินทางมาคลินิกบ่อยๆ และน้ำยาที่มีความเข้มข้นต่ำกว่าจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องอาการเสียวฟันแบบเฉียบพลันได้ดีกว่า หลายคนเลือกที่จะทำที่บ้านควบคู่ไปกับการฟอกสีฟันที่คลินิกเพื่อให้ความขาวคงอยู่ได้นานขึ้นและเป็นการคงระดับสีฟันหลังจากที่ทำที่คลินิกไปแล้ว

ฟอกสีฟันราคาเท่าไหร่ 
ฟอกสีฟันราคาเท่าไหร่

ฟอกสีฟันราคาเท่าไหร่

เมื่อพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่าย ฟอกสีฟันราคาเท่าไหร่ มักจะเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ในการตัดสินใจ โดยทั่วไปการฟอกสีฟันที่คลินิกจะมีราคาสูงกว่าเนื่องจากมีค่าบริการของหมอฟัน ค่าอุปกรณ์เครื่องฉายแสง และค่าน้ำยาเกรดพรีเมียม ราคาอาจจะเริ่มต้นที่ 5,000 ไปจนถึง 15,000 บาท ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้ เช่น ระบบ Cool Light จะมีราคาถูกกว่าระบบ Zoom ที่เน้นความขาวเป็นพิเศษ

ส่วนการฟอกสีฟันที่บ้านงบประมาณจะค่อนข้างประหยัดกว่า โดยค่าทำรางฟอกสีฟันและค่าน้ำยาชุดเริ่มต้นมักจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ถึง 5,000 บาท และเมื่อมีรางฟอกสีฟันแล้ว ครั้งต่อไปคุณก็เพียงแค่ซื้อเฉพาะน้ำยาฟอกสีฟันเพิ่มเติมเท่านั้น ซึ่งราคาต่อหลอดไม่แพงมาก ทำให้ในระยะยาวการมีชุดฟอกสีฟันที่บ้านถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากสำหรับคนที่อยากรักษาฟันให้ขาวตลอดเวลา

ปัญหาฟอกสีฟัน และวิธีป้องกันอาการเสียวฟันที่ได้ผล

อาการเสียวฟันเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดจนทำให้หลายคนกังวลและถามว่าฟอกสีฟัน เสียวฟันไหม ความเป็นจริงคือสารฟอกสีจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเนื้อฟันและทำให้ท่อฟันเปิดออกชั่วคราวเพื่อให้เม็ดสีหลุดออกไป ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้ฟันไวต่อความเย็นและอุณหภูมิมากขึ้น แต่อาการนี้มักจะเป็นเพียงชั่วคราวและจะหายไปเองภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังทำเสร็จ

วิธีป้องกันอาการเสียวฟันที่ได้ผลคือการใช้ยาสีฟันสูตรลดอาการเสียวฟันล่วงหน้าประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ก่อนการฟอกสีฟัน และหลังทำควรเลี่ยงน้ำเย็นจัดหรืออาหารที่ร้อนจัดในช่วงแรก สำหรับคนที่เลือกฟอกสีฟันที่คลินิก หมอมักจะมีการทาสารลดอาการเสียวฟันให้หลังทำเสร็จทันทีซึ่งช่วยได้มาก ส่วนคนที่ทำที่บ้านถ้าเริ่มรู้สึกเสียวฟันมากเกินไป สามารถลดความถี่ในการทำลง เช่น เปลี่ยนจากทำทุกวันเป็นวันเว้นวัน เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว

วิธีฟอกสีฟันให้ขาวนาน

เพื่อให้ความขาวที่แลกมาด้วยเวลาและเงินอยู่กับเราไปนานๆ วิธีฟอกสีฟันให้ขาวนานที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมเรื่องอาหารและเครื่องดื่มในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังทำเสร็จ เนื่องจากช่วงนี้ผิวฟันจะยังมีรูพรุนที่ดูดซับสีได้ง่ายมาก ควรเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีสีจัด เช่น กาแฟ ชาดำ ไวน์แดง และน้ำอัดลม รวมถึงแกงที่มีส่วนผสมของขมิ้นหรือซอสซีอิ๊วเข้มๆ

การรักษาความสะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธีและการใช้ไหมขัดฟันก็สำคัญไม่แพ้กัน นอกจากนี้การใช้หลอดดูดเครื่องดื่มจะช่วยลดการสัมผัสของสีกับผิวฟันด้านหน้าได้ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ แนะนำให้รีบบ้วนปากหรือแปรงฟันหลังจากทานอาหารเสร็จทันที และที่สำคัญควรไปพบหมอฟันเพื่อขูดหินปูนทุกๆ 6 เดือน เพื่อกำจัดคราบสะสมใหม่ๆ ไม่ให้กลายเป็นคราบฝังลึก

ฟอกสีฟัน Cool Light คืออะไร

สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำที่คลินิกอาจจะสงสัยว่า ฟอกสีฟัน Cool Light คืออะไร นี่คือเทคโนโลยีการใช้แสงสีน้ำเงินที่มีความเข้มข้นสูงแต่มีความร้อนต่ำมาช่วยกระตุ้นให้น้ำยาฟอกสีฟันทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความร้อนที่น้อยจะช่วยลดการระคายเคืองของเส้นประสาทในฟัน ทำให้คนไข้รู้สึกสบายตัวมากกว่าการใช้แสงประเภทเดิมๆ ที่มักจะมีความร้อนสะสมสูง

เทคโนโลยี Cool Light เป็นที่นิยมมากเพราะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและราคาเข้าถึงง่ายกว่าระบบเลเซอร์หรือระบบซูม แต่ยังคงให้ความขาวที่ชัดเจนในเวลาอันสั้น เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาจำกัดแต่อยากได้ฟันที่ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัย ถือเป็นมาตรฐานการฟอกสีฟันที่คลินิกส่วนใหญ่เลือกใช้ในปัจจุบัน

บริการจาก Beyond Smile Dental Clinic

การจะตัดสินใจเลือกฟอกสีฟันที่คลินิก vs ทำเองที่บ้าน สุดท้ายแล้วต้องย้อนกลับมาดูความต้องการของคุณ หากต้องการความเร็วและความขาวในระดับสูงสุด การทำที่คลินิกคือคำตอบ แต่ถ้าต้องการการดูแลที่ต่อเนื่องและประหยัดงบประมาณในระยะยาว การทำที่บ้านก็ตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน หรือหากเป็นไปได้การทำทั้งสองอย่างควบคู่กันจะเป็นวิธีที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อให้ฟันขาวโดดเด่นและคงทน

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าสภาพฟันของคุณเหมาะกับการฟอกสีฟันแบบไหน หรือกังวลเรื่องอาการเสียวฟัน ที่ Beyond Smile Dental Clinic เรามีทีมทันตแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินสภาพช่องปากอย่างละเอียดก่อนเริ่มทำ เราใช้เทคโนโลยีการฟอกสีฟันที่ทันสมัยและน้ำยาคุณภาพสูงที่อ่อนโยนต่อผิวฟัน เพื่อให้คุณมั่นใจว่าจะได้รอยยิ้มที่ขาวสวยอย่างปลอดภัยและเจ็บตัวน้อยที่สุด ไม่ว่าคุณจะเลือกรับบริการที่คลินิกหรือต้องการชุดฟอกสีฟันกลับไปทำเองที่บ้าน เราพร้อมดูแลคุณในทุกขั้นตอนเพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจและกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

1. การฟอกสีฟันจะทำให้เนื้อฟันบางลงหรือเป็นอันตรายต่อเคลือบฟันไหม?
การฟอกสีฟันที่ทำภายใต้การดูแลของทันตแพทย์และใช้น้ำยาที่ได้มาตรฐานจะไม่ทำให้เนื้อฟันบางลง เพราะสารฟอกสีจะเข้าไปสลายเฉพาะเม็ดสีที่อยู่ในเนื้อฟันเท่านั้น ไม่ได้ไปทำลายโครงสร้างของแคลเซียมในเคลือบฟันแต่อย่างใด ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยสูงหากปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง

2. คนที่อุดฟันหรือทำครอบฟันมาสามารถฟอกสีฟันให้ขาวขึ้นได้หรือไม่?
น้ำยาฟอกสีฟันจะทำงานได้เฉพาะกับเนื้อฟันตามธรรมชาติเท่านั้น ไม่สามารถทำให้วัสดุอุดฟัน ครอบฟัน หรือวีเนียร์ขาวขึ้นได้ หากคุณมีฟันที่ทำวัสดุเหล่านี้อยู่บริเวณฟันหน้า คุณหมออาจแนะนำให้ทำการฟอกสีฟันก่อนเพื่อให้ได้ระดับความขาวที่ต้องการ แล้วจึงค่อยเปลี่ยนวัสดุอุดฟันหรือครอบฟันใหม่ให้มีสีที่ตรงกับฟันปัจจุบันของคุณ

3. หลังจากฟอกสีฟันแล้ว ผลลัพธ์ความขาวจะอยู่ได้นานแค่ไหน?
ความขาวหลังการฟอกสีฟันส่วนใหญ่จะคงอยู่ได้ประมาณ 1 ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินและการดูแลรักษา หากคุณเป็นคนชอบดื่มชาหรือกาแฟเป็นประจำและไม่ได้ทำความสะอาดอย่างทั่วถึง สีฟันอาจจะค่อยๆ กลับมาเข้มขึ้นได้เร็วกว่าปกติ การใช้ชุดฟอกสีฟันที่บ้านเสริมเป็นครั้งคราวจะช่วยให้ความขาวอยู่ได้ยาวนานขึ้นมาก

4. ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรสามารถฟอกสีฟันได้ไหม?
ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าการฟอกสีฟันส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดทันตแพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้เลี่ยงการฟอกสีฟันในช่วงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรไปก่อน เนื่องจากการฟอกสีฟันเป็นการรักษาเพื่อความสวยงามที่ไม่เร่งด่วน ควรรอให้ร่างกายกลับสู่สภาวะปกติก่อนจะดีที่สุด

5. ฟอกสีฟันครั้งหนึ่งต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ และต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
สำหรับการฟอกสีฟันที่คลินิกคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่ทำโดยใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนการทำเองที่บ้านมักจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 3 ถึง 5 วัน และจะเห็นผลลัพธ์สูงสุดเมื่อทำต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งจำนวนครั้งที่ต้องทำขึ้นอยู่กับระดับความขาวที่คุณต้องการและสภาพสีฟันเริ่มต้นของแต่ละบุคคล

อ่านเพิ่มเติม:

You can share this post!

Facebook
LinkedIn
Email
Print