เคยไหมเวลาถ่ายรูปแล้วไม่กล้ายิ้มกว้างๆ เพราะกลัวว่าคนอื่นจะเห็นเหงือกมากกว่าฟัน หรือบางทีโดนเพื่อนแซวว่ายิ้มทีไรโลกสว่างไสวเพราะเหงือกบานแข่งกับแดด ปัญหา ยิ้มเห็นเหงือก หรือที่เรียกกันว่า Gummy Smile เป็นเรื่องที่บั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคนอย่างมาก บางคนฟันสวยเรียงตัวดีอยู่แล้วแต่พอยิ้มออกมากลับดูไม่สมส่วนเพราะเนื้อเหงือกที่ลงมาคลุมตัวฟันมากเกินไป ทำให้ฟันดูสั้นเต่อเหมือนฟันเด็ก ซึ่งในปัจจุบันวงการทันตกรรมเพื่อความงามได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะรอยยิ้มที่สวยงามไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ฟันขาวหรือฟันตรงเท่านั้น แต่สัดส่วนของเหงือกและฟันต้องมีความสมดุลกันด้วย และฮีโร่ที่จะมาช่วยกอบกู้สถานการณ์นี้ก็คือการศัลยกรรมตกแต่งเหงือก หรือการ ตัดเหงือก นั่นเอง วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกประเด็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตั้งแต่สาเหตุ วิธีการรักษา ไปจนถึงการดูแลตัวเอง เพื่อให้คุณเข้าใจและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้น
ปัญหายิ้มเห็นเหงือก เกิดจากอะไร
ก่อนจะไปถึงวิธีการรักษา เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมเราถึงมีเหงือกเยอะกว่าคนอื่น โดยปกติแล้วเวลายิ้ม ขอบเหงือกควรจะโชว์ขึ้นมาไม่เกิน 2 ถึง 3 มิลลิเมตร แต่สำหรับคนที่มีภาวะ Gummy Smile เวลาฉีกยิ้มเต็มที่อาจจะเห็นเหงือกแดงๆ โผล่ออกมามากกว่า 4 มิลลิเมตรขึ้นไป ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากพันธุกรรมและโครงสร้างร่างกายเป็นส่วนใหญ่ อย่างแรกเลยคือเกิดจากการที่ฟันงอกออกมาไม่เต็มที่ หรือเนื้อเหงือกมีความหนาตัวเกินไปจนลงมาคลุมปิดหน้าฟัน ทำให้ฟันดูสั้นกว่าความเป็นจริง ทั้งที่ความจริงแล้วตัวฟันข้างในอาจจะยาวปกติ สาเหตุต่อมาคือขากรรไกรบนยื่นยาวลงมามากกว่าปกติ ทำให้เวลาขยับปากหรือยิ้ม เหงือกทั้งหมดจึงถูกดันลงมาให้เห็นชัดเจน และอีกสาเหตุที่พบได้บ่อยคือกล้ามเนื้อริมฝีปากบนทำงานมากเกินไป หรือภาวะ Hyperactive Lip ทำให้เวลายิ้ม ริมฝีปากจะถูกยกขึ้นสูงมากจนเปิดเผยให้เห็นเหงือกทั้งหมด ซึ่งการตัดเหงือกจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้ โดยเฉพาะในเคสที่เกิดจากเนื้อเหงือกเกิน

การตัดเหงือกช่วยเปลี่ยนรูปหน้าและรอยยิ้มได้อย่างไร
หลายคนอาจสงสัยว่าแค่ตัดเนื้อเยื่อสีชมพูออกไปนิดหน่อย มันจะช่วยให้ดูดีขึ้นได้ขนาดนั้นเลยเหรอ คำตอบคือใช่ เพราะหลักการของความสวยงามบนใบหน้าคือเรื่องของสัดส่วน หรือ Golden Ratio การที่ฟันเราดูสั้นป้อมจะทำให้หน้าดูไม่สมาร์ท ดูเหมือนเด็ก หรือบางครั้งทำให้ใบหน้าช่วงล่างดูสั้นเกินไป การศัลยกรรมตัดเหงือกคือการนำเนื้อเยื่อส่วนเกินที่ปกคลุมตัวฟันออก เพื่อเผยให้เห็นความยาวที่แท้จริงของฟัน ส่งผลให้ฟันดูยาวเรียวขึ้น มีรูปทรงที่สวยงามขึ้น และที่สำคัญคือแนวเส้นขอบเหงือก หรือ Gingival Line จะถูกปรับให้มีความโค้งมนรับกับริมฝีปาก พอสัดส่วนของสีขาวจากฟันและสีชมพูจากเหงือกมีความพอดีกัน เวลายิ้มก็จะดูสว่างสดใส เป็นธรรมชาติ และทำให้รูปหน้าโดยรวมดูสมส่วนขึ้นทันตาเห็น เป็นการลงทุนเจ็บตัวเล็กน้อยที่ให้ผลลัพธ์คุ้มค่ามากในแง่ของความงาม

เทคนิคการตัดเหงือกในปัจจุบัน มีกี่แบบ และแบบไหนดีกว่ากัน
ในอดีตเวลาพูดถึงการผ่าตัดเหงือก เราอาจจะจินตนาการถึงมีดผ่าตัด เลือดท่วม และการเย็บแผลที่ยุ่งยาก ซึ่งนั่นคือวิธีแบบดั้งเดิมที่ใช้ใบมีด หรือ Scalpel ในการกรีดตัดเนื้อเหงือก วิธีนี้ข้อดีคือหมอสามารถควบคุมทิศทางได้แม่นยำในมือหมอที่ชำนาญ แต่ข้อเสียคือเลือดจะออกค่อนข้างเยอะ และหลังทำจะมีอาการบวมช้ำมากกว่า ต้องมีการเย็บแผลและนัดมาตัดไหม ทำให้ระยะเวลาพักฟื้นนาน แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้ก้าวหน้าไปมาก เราจึงนิยมใช้เทคนิค ตัดเหงือก เลเซอร์ หรือ Electrosurgery เข้ามาช่วย ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตอนนี้ ข้อดีของการใช้เลเซอร์คือ ขณะที่แสงเลเซอร์ตัดเนื้อเยื่อออก มันจะทำการห้ามเลือดไปในตัว ทำให้เลือดออกน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ลดอาการบวมช้ำหลังทำได้ดีเยี่ยม แผลหายไว และที่สำคัญคือคนไข้จะรู้สึกเจ็บน้อยกว่าแบบใช้มีดมาก บางเคสแทบไม่ต้องเย็บแผลเลยด้วยซ้ำ สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที ซึ่งถ้าให้แนะนำ การเลือกทำแบบเลเซอร์ถือเป็นทางเลือกที่เจ็บน้อยและสะดวกสบายที่สุดสำหรับคนยุคนี้
ขั้นตอนการทำ เจ็บไหม และน่ากลัวอย่างที่คิดหรือเปล่า
ความกลัวเป็นเรื่องปกติของคนที่กำลังจะเดินเข้าคลินิกทำฟัน แต่บอกเลยว่าการตัดเหงือกนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ขั้นตอนการทำเริ่มจากการที่ทันตแพทย์จะตรวจประเมินโครงสร้างฟันและเหงือกก่อน จากนั้นจะทำการออกแบบรูปร่างของเหงือกใหม่ (Smile Design) ให้คนไข้ดูก่อนว่าตัดออกมาแล้วจะเป็นแบบนี้นะ พอตกลงกันได้แล้ว ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการฉีดยาชา จุดนี้อาจจะเป็นจุดที่เจ็บที่สุด แต่ก็แค่เหมือนมดกัดนิดเดียว หลังจากยาชาออกฤทธิ์แล้ว ระหว่างการทำคุณจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย อาจจะแค่รู้สึกตึงๆ หรือได้กลิ่นไหม้นิดหน่อยถ้าใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์ ทันตแพทย์จะค่อยๆ ไล่ตัดแต่งขอบเหงือกทีละซี่ตามที่ออกแบบไว้ และในบางรายที่มีกระดูกขอบเหงือกหนา อาจจะต้องมีการกรอแต่งกระดูกร่วมด้วย หรือที่เรียกว่า Bone Recontouring เพื่อป้องกันไม่ให้เหงือกงอกกลับมาคลุมฟันใหม่ ซึ่งขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกนิด แต่ผลลัพธ์จะถาวรกว่า ใช้เวลาทำรวมๆ แล้วประมาณ 1 ชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย
การดูแลตัวเองหลังตัดเหงือก เพื่อให้แผลหายไวและสวยเป๊ะ
หลังจากยาชาหมดฤทธิ์ แน่นอนว่าต้องมีอาการระบมบ้างเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการผ่าตัด แต่อาการปวดมักจะอยู่ในระดับที่ทนได้และสามารถทานยาแก้ปวดทั่วไปบรรเทาอาการได้ สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษในช่วง 2 ถึง 3 วันแรกคือเรื่องอาหารการกิน ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือร้อนจัด เพราะจะไปทำให้ระคายเคืองแผลได้ แนะนำให้ทานอาหารอ่อนๆ รสจืดไปก่อน และงดการแปรงฟันบริเวณที่ผ่าตัดโดยตรง ให้ใช้น้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อ หรือน้ำเกลือ บ้วนเบาๆ เพื่อทำความสะอาดแทน การแปรงฟันในบริเวณอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบสามารถทำได้ตามปกติ แต่ต้องเบามือที่สุด นอกจากนี้ควรงดการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสัปดาห์แรก เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้แผลหายช้าลงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยทั่วไปแล้วแผลที่เหงือกจะสมานตัวเร็วมาก ภายใน 7 ถึง 14 วัน เหงือกก็จะเริ่มกลับมาเป็นสีชมพูสวยงามและแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว
ใครบ้างที่เหมาะกับการตัดเหงือก และใครที่ควรหลีกเลี่ยง
กลุ่มเป้าหมายหลักที่ทำแล้วจะเห็นผลชัดเจนที่สุดคือ คนที่มีฟันสั้น ฟันเล็ก หรือมีเหงือกเยอะแต่กำเนิด นอกจากนี้กลุ่มคนที่เพิ่งถอดเครื่องมือจัดฟันเสร็จใหม่ๆ มักจะเจอปัญหาเหงือกร่นลงมาบวมคลุมฟัน หรือเหงือกอักเสบจนหนาตัว การตัดแต่งเหงือกจะช่วยเก็บงานให้รอยยิ้มหลังจัดฟันสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น รวมถึงคนที่วางแผนจะทำวีเนียร์ หรือแปะฟันขาว การตัดเหงือกเพื่อปรับระดับขอบเหงือกให้เสมอกันก่อนทำวีเนียร์ จะช่วยให้ชิ้นงานออกมาสวยงามและดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ส่วนกลุ่มที่ควรระวังคือ คนที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบเลือดที่เลือดหยุดยาก หรือคนที่เป็นโรคเหงือกอักเสบรุนแรง ซึ่งควรต้องรักษาโรคเหงือกให้หายดีก่อนถึงจะมาทำศัลยกรรมตกแต่งได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและความล้มเหลวของการรักษา
ตกแต่งเหงือกให้สวยสมบูรณ์แบบ ที่ Beyond Smile Dental Clinic
หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าฉันนี่แหละคือผู้ประสบภัย Gummy Smile และอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มั่นใจขึ้น การเลือกคลินิกและทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง ที่ Beyond Smile Dental Clinic เราไม่ได้มองแค่การตัดเนื้อเหงือกออกไปเฉยๆ แต่เราให้ความสำคัญกับศิลปะการออกแบบรอยยิ้ม หรือ Smile Architecture ทีมทันตแพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านทันตกรรมตกแต่งและศัลยกรรมเหงือก เข้าใจเรื่องสัดส่วนความงามของใบหน้าเป็นอย่างดี เราเลือกใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ที่ทันสมัยในการผ่าตัด เพื่อให้คนไข้เจ็บน้อยที่สุด เลือดออกน้อยที่สุด และแผลหายไวที่สุด
ก่อนการรักษาเรามีการพูดคุยปรึกษาและวางแผนร่วมกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงใจคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการตัดเหงือกเพียงอย่างเดียว หรือการตัดเหงือกร่วมกับการกรอกระดูก หรือแม้แต่การทำร่วมกับการทำวีเนียร์ เราก็พร้อมดูแลให้ครบวงจร บรรยากาศในคลินิกของเราเน้นความผ่อนคลาย เป็นกันเอง ให้คุณรู้สึกสบายใจเหมือนมาหาเพื่อน เพราะเรารู้ว่ารอยยิ้มคือประตูบานแรกของการสร้างมิตรภาพและความประทับใจ เราจึงอยากช่วยคืนรอยยิ้มที่สวยที่สุดในแบบของคุณกลับมา แวะเข้ามาให้เราช่วยประเมินและออกแบบรอยยิ้มใหม่ได้เลย รับรองว่าคุณจะกล้ายิ้มกว้างกว่าที่เคยแน่นอน
คำถามที่พบบ่อย
ตัดเหงือกแล้วเหงือกจะงอกกลับมาเหมือนเดิมไหม?
ถ้าตัดแต่เนื้อเหงือกอย่างเดียวในคนที่มีกระดูกหนา เหงือกอาจงอกกลับมาได้ แต่ถ้ามีการกรอแต่งขอบกระดูกร่วมด้วย (Bone Recontouring) ผลลัพธ์จะอยู่ได้ถาวรและเหงือกจะไม่ยาวลงมาคลุมฟันอีก
ตัดเหงือกเจ็บมากไหม ต้องพักฟื้นกี่วัน?
ระหว่างทำไม่เจ็บเลยเพราะมียาชา หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจปวดระบมเล็กน้อยคล้ายถอนฟัน สามารถทานยาแก้ปวดก็หาย ปกติแผลจะเริ่มหายดีใน 3 ถึง 7 วัน และหายสนิทใน 2 สัปดาห์
หลังตัดเหงือก แปรงฟันได้ตามปกติไหม?
ในช่วง 3 ถึง 5 วันแรก ให้งดแปรงบริเวณแผล แต่แปรงซี่อื่นได้ตามปกติ บริเวณแผลให้ใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรฆ่าเชื้อ (C-20) อมเบาๆ เพื่อทำความสะอาดแทนการใช้แปรงสีฟัน
ราคาค่าตัดเหงือกแพงไหม คิดราคายังไง?
ราคาขึ้นอยู่กับความยากง่ายและจำนวนซี่ที่ทำ รวมถึงเทคนิคที่ใช้ โดยส่วนใหญ่จะคิดราคาเหมาเป็นบริเวณ หรือคิดต่อซี่ เริ่มต้นที่หลักพันบาท แนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อประเมินราคาที่แน่นอน
เป็นโรคเหงือกอักเสบ สามารถตัดเหงือกได้เลยไหม?
ยังทำไม่ได้ ต้องรักษาโรคเหงือก ขูดหินปูน และกำจัดเชื้อแบคทีเรียให้หายสนิทก่อน เพื่อให้เหงือกยุบตัวสู่สภาพปกติ ถึงจะประเมินได้แม่นยำว่าต้องตัดออกเท่าไหร่ และป้องกันการติดเชื้อลุกลาม
อ่านเพิ่มเติม:





